อัยการพิเศษ แจ็ก สมิธ เปิดเผยเอกสารเกือบ 2,000 หน้าเพื่อใช้ประกิบในคดีอาญากล่าวหาอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในคดีล้มล้างการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 โดยเปิดเผยหลักฐานบางส่วนที่สมิธใช้ฟ้องร้องอดีตประธานาธิบดี
เอกสารส่วนใหญ่มีข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว เช่น บันทึกการสนทนาของทรัมป์กับรัฐมนตรีต่างประเทศของจอร์เจียหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2020, ภาพถ่ายใบรับรองผู้มีสิทธิเลือกตั้งปลอม และจดหมายของรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ถึงรัฐสภา ที่อธิบายว่าทำไมเขาจึงปฏิเสธการรับรองผลการเลือกตั้งไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ทำให้เห็นคร่าว ๆ ว่าสมิธใช้อะไรในการดำเนินคดีทรัมป์ ในกรณีหนึ่ง มีรายละเอียดใหม่บางส่วนจากบันทึกการสัมภาษณ์ของคณะกรรมการพิจารณาคดีจลาจล 6 ม.ค. กับพนักงานทำเนียบขาวที่ไม่เปิดเผยชื่อเมื่อปี 2022
เมื่อต้นปีนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันได้เผยแพร่บันทึกการสัมภาษณ์พนักงานทำเนียบขาวต่อคณะกรรมการฯ แต่พรรครีพับลิกันได้ตัดทอนคำตอบบางส่วนของพนักงานออกไป
ตามบันทึกดังกล่าว พนักงานทำเนียบขาวบอกกับทรัมป์ว่า เครือข่ายโทรทัศน์ได้ยกเลิกการถ่ายทอดสุนทรพจน์อำลาตำแหน่งของเขาออกไปเพราะ “กำลังมีการก่อจลาจลที่รัฐสภา”
พนักงานคนดังกล่าวบอกว่า “และทรัมป์ก็พูดว่า คุณหมายความว่าอย่างไร ฉันตอบว่า พวกเขากำลังก่อจลาจลที่รัฐสภา แล้วเขาก็พูดว่า จริงเหรอ แล้วเขาก็พูดว่า เอาล่ะ ไหนลองดูซิ”
พนักงานคนดังกล่าวบอกกับคณะกรรมการฯ ว่าเขาถอดเสื้อนอกของทรัมป์ออก เปิดทีวี แล้วส่งรีโมตให้ทรัมป์ หลังจากนั้นเขาก็ไปหยิบไดเอตโค้กให้ทรัมป์ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในห้องอาหารของห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office)
“ฉันกำลังถอดเสื้อโค้ตตัวนอกที่เขากำลังสวมอยู่ออก และก็เตรียมทีวีให้เขา แล้วก็ส่งรีโมตให้เขา จากนั้นเขาก็เริ่มดูทีวี ฉันเดินออกไปซื้อไดเอตโค้กให้เขา แล้วกลับเข้ามา แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับฉันแล้ว เพราะเขากำลังดูทีวีอยู่” พนักงานเล่า
ภาคผนวกที่แก้ไขซึ่งยื่นต่อศาลในคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการยื่นฟ้องของสมิธเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งระบุภาพที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาในคดีที่ฟ้องทรัมป์ และความเชื่อของสมิธที่ว่า การกระทำของทรัมป์ในช่วงการเลือกตั้งปี 2020 ไม่ควรได้รับการคุ้มครองโดยเอกสิทธิ์คุ้มครองของประธานาธิบดี
เอกสารดังกล่าวถูกเปิดเผย 1 วันหลังจากที่ผู้พิพากษา ทันยา ชุตกัน ปฏิเสธคำร้องของทรัมป์ที่ขอให้หยุดการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว
ทรัมป์บอกว่า การเผยแพร่เอกสารในขณะนี้มีผลต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 และได้ขอให้เอกสารดังกล่าวถูกปิดผนึกไว้จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง
ชุตกันระบุว่า “หากศาลกักเก็บข้อมูลซึ่งสาธารณชนมีสิทธิ์เข้าถึงได้เพียงเพราะอาจเกิดผลทางการเมืองตามมา การกักเก็บข้อมูลดังกล่าวต่างหากที่อาจเข้าข่ายแทรกแซงการเลือกตั้ง”
เอกสารแฉพฤติกรรมทรัมป์ในวันก่อจลาจล 6 ม.ค. 2021 นี้เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่หน้าที่อยู่ในชุดเอกสาร 4 เล่ม
หลักฐานเล่มแรกประกอบด้วยส่วนที่คัดมาจากการสัมภาษณ์คณะกรรมการพิจารณาเหตุจลาจล 6 ม.ค.
เล่มที่สองเต็มไปด้วยเอกสารปิดผนึก ตลอดจนทวีตและโพสต์บนโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของทรัมป์ ทีมงานหาเสียง และพันธมิตรของเขา รวมถึงโพสต์บางส่วนที่โพสต์ระหว่างเหตุจลาจล
ทวีตหนึ่งมีโพสต์ของทรัมป์ในวันนั้นที่ระบุว่าเพนซ์ "ไม่มีความกล้าที่จะทำสิ่งที่ควรทำ" ในวันนั้นเพื่อสนับสนุนความพยายามของเขาที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง
เล่มที่ 3 ประกอบด้วยรูปถ่ายของใบรับรองผู้มีสิทธิเลือกตั้งปลอมที่ลงนามโดยพันธมิตรของทรัมป์ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้ผลการเลือกตั้งปี 2020 พลิกกลับได้ รูปถ่ายหน้าหนังสืออัตชีวประวัติของเพนซ์ในปี 2022 และบันทึกการสนทนาระหว่างทรัมป์กับรัฐมนตรีต่างประเทศของจอร์เจียในเดือนมกราคม 2020
เล่มสุดท้ายประกอบด้วยบันทึกจากทนายความ จอห์น อีสต์แมน ที่วางแผนให้เพนซ์ปฏิเสธการรับรองการเลือกตั้งปี 2020 ของรัฐสภา นอกจากนี้ เล่มนี้ยังประกอบด้วยแถลงการณ์ต่อสาธารณะที่ทรัมป์เผยแพร่ในคืนก่อนวันที่ 6 ม.ค. โดยอ้างว่าเขาและเพนซ์มีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับการรับรองการเลือกตั้งของรัฐสภา คำปราศรัยที่ทรัมป์เตรียมไว้สำหรับสุนทรพจน์ของเขาเมื่อวันที่ 6 มกราคม และอีเมลระดมทุนที่ส่งโดยทีมหาเสียงของเขาในปี 2020 ในช่วงไม่กี่วันก่อนวันที่ 6 มกราคม
เอกสารดังกล่าวยังรวมถึงสำเนาของบันทึกที่เขียนด้วยลายมือซึ่งมีคำขอให้เพนซ์ปฏิเสธผลเลือกตั้ง งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับวันที่ 6 ม.ค. และบันทึกการประชุมของทรัมป์ที่ CNN ในปี 2023
อัยการได้ตั้งข้อกล่าวหาทรัมป์ใน 4 กระทงความผิดที่เกิดจากการกระทำของเขาหลังจากที่เขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งรวมถึงสมคบคิดฉ้อโกงและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ แต่ทรัมป์ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด
เรียบเรียงจาก CNN