เมื่อวันที่ 29 ต.ค. กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า สามารถยึดเมืองเซลิโดเว (Selydove) ของยูเครนได้แล้ว หลังกองกำลังรัสเซียได้พยายามรุกคืบเข้ามาตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เซลิโดเวตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโปครอฟสค์ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในภูมิภาคโดเนตสก์ ภูมิภาคยูเครนตะวันออก เป็นพื้นที่เตรียมการที่สำคัญสำหรับการป้องกันของยูเครนและเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันไม่ให้รัสเซียรุกคืบเข้าหาโปครอฟสก์
ทางการยูเครนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างดังกล่าวของรัสเซีย
“วันฮาโลวีน” เปิดประวัติทำไมถึงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ต.ค. วิตาลี มิโลวิดอฟ โฆษกกองพลทหารรักษาการณ์แห่งชาติยูเครนกองพลที่ 15 ซึ่งสู้รบในเมืองเซลิโดเว กล่าวว่า เมืองนี้ถูก “โจมตีอย่างต่อเนื่องจากหลายทิศทาง” เป็นเวลา 1 สัปดาห์
“รัสเซียยังคงโจมตีด้วยกำลังพลจำนวนมาก พวกเขาใช้กำลังสำรองจากทางเหนือของแนวหน้าของโปครอฟสก์เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อเซลิโดเว” มิโลวิดอฟบอก
เขาเสริมว่า “ในขณะเดียวกัน ศัตรูไม่ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เป็นไปได้มากว่าพวกเขาต้องการรักษาเมืองนี้ไว้เป็นฐานที่มั่นสำหรับพวกเขาในอนาคต เซลิโดเวเป็นเมืองใหญ่ที่สามารถรองรับผู้คนจำนวนมากและซ่อนยุทโธปกรณ์ได้”
วิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐรัสเซีย TASS เมื่อวันที่ 29 ต.ค. รายงานว่า ทหารกำลังชูธงชาติรัสเซียในเซลิโดเว
รัสเซียยังคงโจมตีทางอากาศต่อเมืองต่าง ๆ ของยูเครนในช่วงคืนวันดังกล่าว ทำให้ชาวยูเครนอย่างน้อย 9 คนเสียชีวิตและ 46 คนได้รับบาดเจ็บทั่วประเทศ ขณะที่กองกำลังรัสเซียโจมตีเมืองคาร์คิฟ ครีฟวีริห์ และเมืองหลวงเคียฟ
ในเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน ระเบิดของรัสเซียได้ทำลายอาคาร Derzhprom ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยถือเป็นอนุสรณ์สถานทางวัฒนธรรมเนื่องจากมีสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น
เรียบเรียงจาก CNN