ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 ไม่ได้มีผลต่อชีวิตของชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตของ “โดนัลด์ ทรัมป์” แคนดิเดตจากพรรครีพับลิกันด้วย
โดยหากเขาชนะการเลือกตั้ง คดีอาญาระดับรัฐบาลกลางที่เขาถูกฟ้องร้องอยู่อาจได้รับการยกฟ้อง ส่วนคดีอาญาระดับรัฐอาจถูกระงับจนกว่าเขาจะออกจากตำแหน่ง และคดีแพ่งต่าง ๆ ที่รอการพิจารณาคดีอยู่อาจถูกเลื่อนออกไป
อย่างไรก็ตาม หาก “กมลา แฮร์ริส” จากพรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายชนะ ทรัมป์อาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกเร็วที่สุดปลายเดือน พ.ย. จากการถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาในนิวยอร์ก และอาจถูกพิจารณาคดีอาญาเพิ่มเติมในปี 2025 นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอาจต้องขึ้นศาลแพ่งเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่ตอนนี้เขากำลังอุทธรณ์คำพิพากษาแพ่งอยู่
มาดูกันว่า มีคดีความใดบ้างของทรัมป์อาจได้รับผลกระทบหรือไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ทรัมป์ชนะหรือแพ้
ตรวจผลรางวัลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวด 225-258 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567
คดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ความท้าทายทันทีที่ใหญ่ที่สุดของทรัมป์หลังการเลือกตั้งคือการที่เขาอาจถูกศาลนิวยอร์กตัดสินโทษในคดีอาญา 34 กระทงฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ โดยกำหนดวันตัดสินคดีคือ 26 พ.ย. หรือ 3 สัปดาห์หลังวันเลือกตั้ง
หากการพิพากษาดำเนินไป ผู้พิพากษาอาจตัดสินจำคุกทรัมป์ ซึ่งฝ่ายทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ทันทีเช่นกัน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า โทษจำคุกไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เป็นไปได้ เนื่องจากอดีตประธานาธิบดีมีพฤติกรรมดูหมิ่นผู้พิพากษาและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามเปิดเผบรายละเอียดคดีต่อสาธารณะ
ทั้งนี้ หากทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ทรัมป์ก็จะมีเรื่องให้อุทธรณ์เพื่อชะลอโทษจำคุกได้ จากกที่ทนายความของเขาอ้างว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ระบุห้ามประธานาธิบดีถูกจำกัดไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ
คดีแทรกแซงการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง
หากทรัมป์แพ้เลือกตั้ง คดีแทรกแซงการเลือกตั้งของอัยการพิเศษ แจ็ก สมิธ ก็จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
คดีนี้กล่าวหาว่าทรัมป์สมคบคิดฉ้อโกงสหรัฐฯ จากการพยายามพลิกผลการเลือกตั้งปี 2020 อย่างผิดกฎหมายนั้น เดิมทีมีกำหนดขึ้นศาลเมื่อต้นปีนี้ แต่ถูกระงับการพิจารณาเป็นเวลาหลายเดือน
อัยการคาดว่า จะเดินหน้าดำเนินคดีต่อไปแม้ว่าทรัมป์จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี แต่มีแนวโน้มว่าทรัมป์แต่งตั้งใครสักคนให้เป็นรัฐนมตรีกระทรวงยุติธรรมและไล่สมิธออกเพื่อล้มคดีนี้
ในการสัมภาษณ์ ฮิวจ์ ฮิววิตต์ พิธีกรรายการวิทยุ ทรัมป์บอกว่า “ผมจะไล่เขา (แจ็ก สมิธ) ออกภายใน 2 วินาที” ทรัมป์กล่าวโดยหมายถึงสมิธ
คดีแทรกแซงการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย
คดีนี้กล่าวหาว่าทรัมป์และคนอื่น ๆ อีกกว่าสิบคนสมคบคิดกันอย่างผิดกฎหมายเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งปี 2020 โดยถูกระงับไว้จนถึงเดือน ธ.ค. ซึ่งศาลอุทธรณ์จะพิจารณาว่าควรอนุญาตให้ ฟานี วิลลิส อัยการเขตฟุลตันอยู่ในคดีนี้ต่อไปหรือไม่
หากเธอได้รับอนุญาต คดีที่หยุดชะงักมานานอาจดำเนินต่อไปได้ ความพ่ายแพ้ของทรัมป์อาจเปิดทางให้ผู้พิพากษาศาลสูงของมณฑลฟุลตัน สก็อตต์ แม็กอาฟี สั่งกำหนดวันพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังมีแนวโน้มที่จะอุทธรณ์คดีนี้ต่อ
แต่หากวิลลิสถูกขับออกจากคดี ก็จะทำให้เกิดความล่าช้ามากขึ้น กระบวนการในการหาอัยการคนอื่นอาจใช้เวลานานเกือบ 2 ปีในการแต่งตั้งอัยการ
หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ความล่าช้าดังกล่าวอาจยาวนานยิ่งขึ้น ในการพิจารณาคดีในเดือน ธ.ค. 2023 แม็กอาฟีถามทนายความของทรัมป์ว่า ลูกความของเขาสามารถขึ้นศาลได้เมื่อใดหากเขาได้รับเลือก
ทนายตอบว่า “ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป้นกฎหมายสูงสุดและหน้าที่ของเขาในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ การพิจารณาคดีนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยจนกว่าเขาจะพ้นจากวาระ”
คดีเอกสารลับ
ในเดือน ก.ค. ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐญ ได้ยกฟ้องคดีอาญาที่กล่าวหาว่าทรัมป์โกหกและวางแผนหลอกลวงเจ้าหน้าที่สอบสวนของรัฐบาลกลางเพื่อเก็บเอกสารลับที่ละเอียดอ่อนไว้หลังจากที่เขาออกจากทำเนียบขาว โดยพบว่าการแต่งตั้ง แจ็ก สมิธ เป็นอัยการพิเศษนั้นผิดกฎหมาย
สมิธกำลังอุทธรณ์คำตัดสิน โดยให้เหตุผลว่ามีกรณีตัวอย่างมากมายสำหรับการแต่งตั้งเขา และควรอนุญาตให้คดีดำเนินต่อไปได้
เช่นเดียวกับคดีการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง สมิธคาดว่าจะดำเนินการอุทธรณ์ต่อไปตามปกติ แม้ว่าทรัมป์จะได้รับเลือกก็ตาม
คดีอุทธรณ์ อี. จีน แคร์รอลล์
นักเขียน อี. จีน แคร์โรลล์ ยื่นฟ้องทรัมป์ 2 คดี คดีหนึ่งกล่าวหาว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศเธอในช่วงทศวรรษ 1990 และอีกคดีหนึ่งกล่าวหาว่าทรัมป์หมิ่นประมาทเธอในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ศาลแพ่งตัดสินให้เขาจ่ายสินไหมทดแทนแก่แคร์รอลล์ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขากำลังอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวว่าเรียกร้องค่าสินไหมสูงเกินไป
คาดว่าคดีนี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของทรัมป์ โดยประเมินว่าศาลอุทธรณ์จะตัดสินคดีล่วงละเมิดทางเพศก่อน และการตัดสินดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้
คดีจลาจล 6 มกราคม 2021
ทรัมป์กำลังเผชิญกับคดีแพ่งที่รอการพิจารณาอยู่ 8 คดีที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของเขาในเหตึจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ซึ่งรวมถึงคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บด้วย คล้ายกับคดีอาญา ทรัมป์โต้แย้งว่าการกระทำของเขาได้รับการคุ้มครองโดยเอกสิทธิ์คุ้มครองของประธานาธิบดี
ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางอนุญาตให้ดำเนินคดีดังกล่าวได้เมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่โจทก์โต้แย้งว่าการกระทำของทรัมป์ไม่ใช่การกระทำอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี เนื่องจากขณะนั้นถือว่าเขามีสถานะเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่ง
ทรัมป์มีโอกาสที่จะโต้แย้งจุดยืนนั้นในขณะที่คดีดำเนินต่อไป
คดีเหล่านี้ยังไม่ได้กำหนดวันพิจารณาคดี และด้วยความเป็นไปได้ของการอุทธรณ์ ปัญหาเอกสิทธิ์คุ้มครองอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือมากกว่านั้นในการพิจารณา
กระบวนการอาจยืดเยื้อมากขึ้นหากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เนื่องจากเขาอาจพยายามให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องเขา เขาอาจพยายามเลื่อนการพิจารณาคดีโดยให้เหตุผลว่าควรเลื่อนการพิจารณาคดีหลังจากการพิจารณาคดีอาญาของเขาในรัฐจอร์เจีย เนื่องจากคดีเหล่านี้ครอบคลุมประเด็นที่คล้ายกัน
คดีผู้พ้นผิดทั้งห้า
ทรัมป์กำลังเผชิญกับคดีหมิ่นประมาทอีกคดีที่ฟ้องเขาในเดือน ต.ค. 2024 โดยสมาชิกของกลุ่มที่เรียกว่า Central Park Five ซึ่งปัจจุบันเรียกตัวเองว่าผู้พ้นทั้งห้า (Exonerated Five)
ในการดีเบตประธานาธิบดีเมื่อเดือน ก.ย. ทรัมป์กล่าวอย่างไม่ถูกต้องว่าชายทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นคนผิวดำและละติน ได้ให้การรับสารภาพในคดีอาญาข้อหาทำร้ายร่างกายและข่มขืนผู้หญิงผิวขาวที่วิ่งจ็อกกิ้งในเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์กในปี 1989 เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขา “ฆ่าคนคนหนึ่งในที่สุด” แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่
ทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นวัยรุ่นเมื่อพวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด กล่าวว่าพวกเขาถูกตำรวจบังคับให้สารภาพ และให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา พวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในชั้นศาลและต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลานานในขณะที่ยังคงยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์
พวกเขาได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในปี 2002 หลังจากอัยการตรวจสอบหลักฐานดีเอ็นเอที่พบว่านักวิ่งคนดังกล่าวถูกข่มขืนโดยอาชญากรต่อเนื่องที่ให้สารภาพว่ากระทำความผิด
คดีดังกล่าวไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งของทรัมป์ เนื่องจากศาลฎีกาเคยตัดสินว่าประธานาธิบดีไม่สามารถหลีกเลี่ยงคดีแพ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งได้
เรียบเรียงจาก NBC News