เปิดเหตุผล "ทรัมป์ vs แฮร์ริส" เข้าวิน ศึกชิงทำเนียบขาว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิด 5 เหตุผล "ทรัมป์ VS แฮร์ริส" โอกาสคว้าชัยชนะ ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คูหาเลือกตั้งทั่วสหรัฐฯ เริ่มทยอยเปิดให้ลงคะแนนแล้ว ท่ามกลางผลโพลทุกสำนักที่ออกมาในทิศทางเดียวกันว่า นี่จะเป็นศึกเลือกตั้งที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

โดยสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ได้รวบรวม 5 เหตุผล ที่อาจส่งให้ผู้สมัครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะในครั้งนี้ ระหว่างอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และ รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต

คอนเทนต์แนะนำ
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: บ้านเกิด “แฮร์ริส” ในอินเดียสวดอวยพรชนะเลือกตั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ รายการทันโลก DAILY
อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน

โดยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน อาจชนะเพราะ

1. ทรัมป์ไม่ได้อยู่ในอำนาจขณะนี้ โดยปี 2024 เป็นปีที่มีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วโลก หลายประเทศเปลี่ยนรัฐบาล หรือขั้วอำนาจ ซึ่งสะท้อนภาพเดียวกัน คือ ความไม่พอใจที่สะสมมาเรื่อยๆ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และตอนนี้ ดูเหมือนว่าชาวอเมริกันก็กระหายความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยมีปัญหาเศรษฐกิจ และค่าครองชีพ เป็นปัจจัยสำคัญ

2. ข่าวเสียทำอะไรทรัมป์ไม่ได้ แม้จะเผชิญเรื่องอื้อฉาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ลงจากตำแหน่ง แต่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ยังเหนียวแน่น คะแนนนิยมของเขาไม่เคยลดต่ำกว่า 40% และกองเชียร์ทรัมป์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า เขาเป็นเหยื่อของขบวนการล่าแม่มดทางการเมือง

3. นโยบายจัดการ "ผู้อพยพ" ได้ใจคน จาก "ปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย" เป็นไม้เด็ดของทรัมป์ ที่อาจซื้อใจชาวอเมริกันได้ หลังสถิติผู้อพยพพุ่งทุบสถิติในรัฐบาลไบเดน

4. ทรัมป์ขโมยฐานเสียงเดิมของเดโมแครต โดยทรัมป์พยายามเข้าหากลุ่มคนที่ถูกหลงลืมและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทำให้ฐานเสียงเดิมของเดโมแครต เช่น สหภาพแรงงาน คนงานภาคอุตสาหกรรม กลายมาเป็นฐานเสียงรีพับลิกัน หากทรัมป์ทำให้คนในชนบท และแถบชานเมืองของรัฐสวิงสเตทออกมาใช้สิทธิได้ ก็จะช่วยชดเชยฐานเสียงที่เป็นคนชนชั้นกลาง และมีการศึกษา ที่หายไปได้

5. ทรัมป์คือผู้นำที่เข้มแข็งในโลกที่ไม่แน่นอน โดยทรัมป์ชี้ว่า ความไม่แน่นอน คาดการณ์ไม่ได้ คือจุดแข็งของตนเอง และย้ำว่าในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ไม่มีสงครามใหญ่เกิดขึ้น ในขณะที่ชาวอเมริกันกำลังไม่พอใจที่ไบเดนส่งเงินสนับสนุนยูเครนและอิสราเอล พวกเขาเชื่อว่า ไบเดนทำให้อเมริกาอ่อนแอลง

อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!

กมลา แฮร์ริส รายการทันโลก DAILY
รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต

ขณะที่รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต อาจชนะเพราะ

1. แฮร์ริสไม่ใช่ทรัมป์ โดยทรัมป์มีจุดยืนและขั้วข้างที่ชัดเจน แต่ก็สุดโต่ง แฮร์ริสเล่นกับความกลัวของชาวอเมริกัน สะท้อนภาพให้คนกลัวการกลับมาของทรัมป์ ซึ่งเป็นเผด็จการฟาสซิสต์ เป็นภัยต่อประชาธิปไตย มีแต่จะทำให้เกิดดราม่าและความขัดแย้งในสังคม

2. แฮร์ริสต่างจากไบเดน ซึ่งเดโมแครตรู้ดีถึงกระแสที่เปลี่ยนไป จึงแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวผู้ท้าชิงจาก โจ ไบเดน เป็นกมลา แฮร์ริส เธอรวบรวมเสียงสนับสนุน เงินบริจาค และทำให้บรรยากาศในทีมหาเสียงดีขึ้น ซึ่งอายุ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เธอได้เปรียบไบเดน หรือแม้แต่ทรัมป์เอง

3. แฮร์ริสทำได้ดีในนโยบายสิทธิสตรี นี่เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรก หลังศาลฎีกาตัดสินคว่ำสิทธิการทำแท้ง ซึ่งประเด็นนี้มีผลกับการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อปี 2022 มาแล้ว และน่าจะทำให้คนออกมาใช้สิทธิค่อนข้างมากในครั้งนี้ เพราะในหลายรัฐ จะมีใบสอบถามเรื่องสิทธิในการทำแท้งเพิ่มมาด้วย และการที่แฮร์ริสจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก ก็ยิ่งทำให้ผู้หญิงอยากเลือกเธอมากขึ้น

4. ฐานเสียงของแฮร์ริสมีแนวโน้มออกมาใช้สิทธิมากกว่า โดยฐานเสียงของแฮร์ริส ส่วนใหญ่เป็นคนมีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป และกลุ่มคนสูงอายุ ซึ่งคนกลุ่มนี้ มีแนวโน้มออกมาใช้สิทธิมากกว่า ส่วนฐานเสียงของทรัมป์ ที่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ หรือกลุ่มคนที่ไม่ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัย มีอัตราการออกมาใช้สิทธิต่ำกว่า

5. แฮร์ริสทุ่มเงินหาเสียง โดยแฮร์ริสระดมทุนหาเสียงเลือกตั้งได้มาก และทุ่มงบให้กับการโฆษณามากกว่าทรัมป์ถึงเกือบ 2 เท่า โฆษณาที่มากกว่า อาจมีส่วนกระตุ้นกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจในรัฐสวิงสเตท

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ