ข้อมูลจากโครงการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ของสหภาพยุโรปพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2024 มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 1.55 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือช่วงระหว่างปี 1850–1900
จากตัวเลขคาดการณ์นี้หมายความว่า ปี 2024 อาจจะร้อนแซงหน้าสถิติปัจจุบัน 1.48 องศาที่เพิ่งทำไว้เมื่อปีที่แล้ว และจะเป็นปีแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นกว่า 1.5 องศา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์กังวลอย่างมาก
สรุปเหตุการณ์ "รถถัง" เสียแชมป์โลก เพราะตกตาชั่ง
อุณหภูมิทั่วโลกในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024 สูงมาก ถึงขนาดที่หากไม่ต้องการให้สถิติถูกทำลาย อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนที่เหลือจะต้องลดลงมากแบบที่แทบเป็นไปไม่ได้
ดร.ซาแมนธา เบอร์เจส รองผู้อำนวยการโครงการโคเปอร์นิคัส กล่าวว่า “นี่เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญในสถิติอุณหภูมิทั่วโลก ซึ่งควรใช้เป็นแรงกระตุ้นในการเพิ่มความทะเยอทะยานในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังจะมาถึง”
อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์เป็นหลัก และส่วนน้อยที่จะมาจากปัจจัยธรรมชาติ เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ
การคาดการณ์นี้มีขึ้นก่อนที่นักการทูตจากประเทศต่างๆ จะพบหารือกันในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ COP29 ซึ่งจะมีขึ้นที่กรุงบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 11-22 พ.ย.นี้
นอกจากนี้ ยังมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัย
โดยทรัมป์เคยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็น “เรื่องหลอกลวง” และให้คำมั่นว่าจะลดกฎระเบียบด้านสภาพอากาศ