ล่าสุดมีความเห็นจากที่ปรึกษาอาวุโสทีมงานหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ที่ยืนยันว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกในขณะนี้ไม่ใช่การยึดดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา แต่เป็นการรักษาชีวิตประชาชนด้วยการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น
นาย ไบรอัน แลนซา ที่ปรึกษาอาวุโสของทีมหาเสียงว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯจะให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพในยูเครน
และหยุดการเข่นฆ่าประชาชน มากกว่าการช่วยยูเครนยึดคืนดินแดนที่สูญเสียไปให้กับรัสเซียกลับคืนมา
นาย แลนซา ยัง เรียกร้อง ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยอมรับความเป็นจริงให้ได้ว่าสันติภาพเป็นสิ่งจำเป็น ก่อนจะมีการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้น
แต่หากยังยืนยันว่ารัสเซียต้องคืนแคว้นไครเมีย จะเท่ากับว่ายูเครนไม่ต้องการยุติสงครามอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนทีมหาเสียงของ ทรัมป์ชี้แจงว่าความเห็นของ แลนซา ไม่ใช่จุดยืนของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯและยังไม่ใช่หนึ่งในคณะทำงานของประธานาธิบดี
โดยตลอดการหาเสียง ทรัมป์พูดมาตลอดว่า สิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญที่สุดคือการยุติสงคราม
และหยุดยั้งการสูญเสียทรัพยากรของสหรัฐฯ ในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน แต่ยังไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดว่าจะใช้วิธีการใดในการสร้างสันติภาพ
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อวานนี้ คารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษก ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้เชิญ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำคนใหม่ มาพบกันใน วันพุธที่ 13 พ.ย.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น
ฌอง-ปิแอร์ ระบุว่า จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมนี้เพิ่มเติมในภายหลัง
ด้านเจ้าหน้าทำเนียบขาว เปิดเผยว่า เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 ก็ได้รับเชิญให้มาเยือนทำเนียบขาว เพื่อพบปะกับนาง จิล ไบเดน ภริยาของนายโจ ไบเดน เช่นกัน
สำหรับสหรัฐฯ มีธรรมเนียมที่ ประธานาธิบดีซึ่งกำลังจะหมดวาระ จะเชิญว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปให้มาเยือนทำเนียบขาว หลังรู้ผลการเลือกตั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการโอนถ่ายอำนาจอย่างสันติ
แต่ในการเลือกตั้งปี 2020 ทรัมป์ ซึ่้งเป็นผู้แพ้ไม่ได้เชิญ ไบเดน และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของ ไบเดน ในเดือนมกราคม ปี 2021 โดยอ้างว่าตนเองถูกโกงผลเลือกตั้ง