สำนักข่าวยูโรนิวส์ (Euronews) รายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา เกิดการชุมนุมในหลายเมืองใหญ่ทั่วยุโรป ทั้งในประเทศอิตาลี กรุงมาดริด ประเทศสเปน กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และกรุงติรานา ประเทศแอลเบเนีย ซึ่งวาระของการชุมนุมนั้นหลากหลายตั้งแต่ประเด็นเงินบำนาญ วิกฤตที่อยู่อาศัย การศึกษา การทุจริต และการต่อต้านสงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งแทบทุกประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกับปัญหาในเชิงเศรษฐกิจเช่นนี้
การประท้วงในอิตาลีเกิดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงโรม เมืองมิลาน เมืองตูริน เมืองเนเปิลส์ เมืองโบโลญญา และเมืองฟลอเรนซ์ ผู้ประท้วงมีการขว้างปาขวด หิน และจุดดอกไม้ไฟ ขณะที่ตำรวจอิตาลีระบุว่า ได้เข้าจับกุมผู้ประท้วงได้ 9 คน และควบคุมตัว 371 คน ในระหว่างการชุมนุมใน 8 เมืองทั่วประเทศ โดยผู้ที่ถูกควบคุมตัว 110 คนล้วนเป็นผู้เยาว์
ในเมืองโบโลญญา ที่มีการประท้วงเรื่องค่าครองชีพและการต่อต้านสงคราม กลุ่มผู้ชุมนุมกว่าพันคนมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการยิงแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งทางฝั่งเจ้าหน้าที่ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ไม่มีตัวเลขของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด
ขณะที่เมืองตูริน เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ชุมนุมมีการจุดดอกไม้ไฟ และพยายามฝ่าแนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่เลยใช้กำลังและแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมการประท้วง
ในกรุงโรมนั้น ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินขบวนประท้วงไปยังโคลอสเซียม โบราณสถานที่สำคัญของอิตาลี และได้เผชิญหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ ทางตำรวจปราบจลาจลได้เข้าสกัดขบวนดังกล่าว ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากยังคงมีนักท่องเที่ยวอยู่ด้านในของโคลอสเซียม แม้ว่าจะมีการเผชิญหน้ากัน แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด และทางกระทรวงวัฒนธรรมอิตาลีรายงานว่า โคลอสเซียมไม่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมในบริเวณดังกล่าว
ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมได้เปลี่ยนเส้นทางขบวนไปยังจุดอื่นแทน ก่อนจะเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจสลายการชุมนุม 11 คนถูกจับกุม และ 96 คนถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจ โดย 6 คนนั้นเป็นผู้เยาว์
การชุมนุมในประเทศสเปนและโปรตุเกส เป็นการชุมนุมเรียกร้องในประเด็นเงินบำนาญและวิกฤตที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพง
ในกรุงมาดริด ข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยเกษียณ ได้แก่ การปรับเพิ่มเงินบำนาญไปตามอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง การเพิ่มเงินบำนาญขั้นต่ำให้เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ การลดช่องว่างเงินบำนาญระหว่างเพศ และการปกป้องระบบบำนาญสาธารณะให้พ้นจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ตรงกันข้าม ในเมืองบาร์เซโลนา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใส่เสื้อคลุมศีรษะสีดำ ซึ่งต่อมาในเวลากลางคืนมีการจุดไฟบนถนน และการเข้าทำลายหน้าต่างของห้างร้านต่าง ๆ ที่จัตุรัสกลางเมืองบาร์เซโลนา แต่ไม่มีรายงานการปล้นสะดม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุมดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการจับกุมผู้ชุมนุมกว่า 100 คนได้
ด้านการชุมนุมในกรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ผู้ชุมนุมหลายพันคนออกมาประท้วงประเด็นที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพงจนกลายเป็นวิกฤต พร้อมเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงาน การประท้วงยังได้มีการชูกุญแจบ้านเป็นสัญลักษณ์ด้วย ขณะที่โปรตุเกสเป็นหนึ่งในประเทศในยุโรปที่ราคาและค่าเช่าที่อยู่อาศัยแพงสุดขีดเป็น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา
การชุมนุมในโปรตุเกสเป็นไปโดยสงบ นอกจากนี้ ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลขวากลางถอนร่างกฎหมายขับไล่ผู้เช่าออกจากที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น และยกเลิกการกำหนดเพดานค่าเช่าในสัญญาเช่าใหม่ ซึ่งผ่านการพิจารณาในรัฐสภาวาระแรกไปแล้ว
ด้านแอลเบเนีย เป็นอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่มีการประท้วงต่อเนื่อง และนับเป็นวันที่ 12 แล้ว โดยเริ่มต้นการชุมนุมในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนปะทะกับเจ้าหน้าที่ ที่มีการยิงแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงในการสลายการชุมนุม และสามารถจับกุมผู้ชุมนุมได้มากกว่า 300 คน โดยในแอลเบเนียนั้นเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
ส่วนการชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศสเมื่อวานที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า มีผู้ชุมนุมเมื่อวันเสาร์ทั่วประเทศราว 410,000 คน ขณะที่สหภาพแรงงานระบุว่า มีผู้ชุมนุมกว่า 800,000 คน
สถานการณ์การชุมนุมเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์เป็นไปอย่างสงบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงในหลายเมืองทั่วประเทศ
ขณะที่กรุงปารีสนั้น เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจปราบจลาจล ในช่วงที่มีการยุติการชุมนุมโดยสันติ ซึ่งทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ต่อต้านอาชญากรรมและการก่อการร้ายเข้าร่วมปฏิบัติการควบคุมฝูงชนด้วย
มีผู้ประท้วงบางส่วนสร้างสิ่งกีดขวางชั่วคราว และขว้างปาวัตถุใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ตำรวจใช้กระบองเข้าสลายกลุ่มวัยรุ่นสวมหน้ากากที่กำลังทุบกระจกหน้าร้านขายรถยนต์ในเมืองท่ามาร์กเซยทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ถังขยะถูกจุดไฟเผา และกลุ่มผู้ชุมนุมปิดกั้นถนน มีรถของเจ้าหน้าที่คันหนึ่งขับฝ่าแนวกั้นที่กำลังลุกไหม้ในเมืองใหญ่ด้วย
ด้านทางการฝรั่งเศสออกมารายงานว่า การปะทะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุรุนแรงทั่วประเทศได้เกือบ 1,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งทางรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงนั้นได้รวมตัวกันที่ท้ายขบวนการชุมนุม ก่อนเข้ามาก่อเหตุการณ์ไม่สงบภายหลัง และในกลุ่มนี้ราว 500 คน ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อจลาจล