ผู้พิพากษา ทันยา ชัตกัน ของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซี ได้สั่งยุติการพิจารณาคดี ซึ่งว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่าพยายามล้มล้างผลเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ที่ ทรัมป์ เป็นฝ่ายพายแพ้ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีที่กำลังจะพ้นตำแหน่งจากพรรคเดโมแครต
อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวได้สงวนสิทธิ์การฟ้องร้องไว้ ซึ่งหมายความว่าคดีนี้สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้อีกครั้งหลังจากทรัมป์ สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2
ฝรั่งเศส-อังกฤษ หารือแผนส่งทหารร่วมรบในยูเครน
สำหรับการตัดสินดังกล่าว เป็นไปตามคำร้องของ แจ็ก สมิธ อัยการพิเศษของสหรัฐฯ ที่ขอถอนฟ้อง ทรัมป์ ในคดีล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2020 เนื่องจากทรัมป์กำลังจะได้เป็นผู้นำคนต่อไปของสหรัฐฯ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายห้ามดำเนินคดีประธานาธิบดีในตำแหน่ง
โดย สมิธ ยื่นฟ้องทรัมป์ 4 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งรวมถึงข้อหา ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และสมคบคิดฉ้อโกงสหรัฐฯ
การถอนฟ้องคดีล้มผลเลือกตั้งนี้ นับเป็นการยุติการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง สมิธ และ ทรัมป์ ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 1 ปี โดยอัยการพิเศษรายนี้ต้องยื่นฟ้องร้องใหม่อีกครั้ง หลังศาลฎีกาตัดสินว่า ทรัมป์ได้รับความคุ้มครองบางส่วนจากการถูกดำเนินคดีอาญา สำหรับการกระทำอย่างเป็นทางการที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
การกลับมาเป็น ประธานาธิบดี สมัยที่ 2 ของทรัมป์ยังทำให้คดีอื่น ๆ ที่เขาถูกฟ้องร้องอยู่ในภาวะไม่แน่นอน เช่น การกำหนดบทลงโทษในคดีที่ทรัมป์ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดทั้ง 34 ข้อหาเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ เพื่อปกปิดการจ่ายเงินปิดปากให้แก่ดาราหนังผู้ใหญ่ สตอร์มี แดเนียลส์ ที่ทรัมป์ เคยมีความสัมพันธ์ด้วย
โดยการพิจาณาลงโทษถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ส่วนคดีล้มล้างการเลือกตั้งที่รัฐจอร์เจีย มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หรือยุติการพิจารณา เนื่องจากสิทธิ์คุ้มครองจะทำให้การพิจารณาคดีนี้ไม่เกิดขึ้น จนกว่าทรัมป์จะพ้นจากตำแหน่ง