ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวสกายนิวส์ของอังกฤษ โดยระบุว่า การส่งคำเชิญให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้รัสเซียรักษาดินแดนที่ยึดครองไว้ได้นั้น อาจเป็นวิธีแก้ปัญหาในการยุติ “ช่วงที่ร้อนแรง” ของสงครามที่กินเวลานานกว่า 33 เดือน
ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำยูเครนมีขึ้นหลังจาก อันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศยูเครน ยื่นจดหมายเรียกร้องนาโตให้ส่งคำเชิญรัฐบาลเคียฟเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางการทหาร
จดหมายดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามครั้งใหม่ของยูเครนในการผลักดันให้ได้มาซึ่งคำเชิญเข้าร่วมนาโตและเป็นส่วนหนึ่งของร่าง “แผนแห่งชัยชนะ” ที่เสนอโดยประธานาธิบดีเซเลนสกี เมื่อเดือนก่อน ในการยุติสงครามที่เกิดจากการรุกรานของรัสเซียในปี 2022
ยูเครนยอมรับว่า ยังไม่สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางการทหารได้จนกว่าสงครามจะยุติลง แต่การขยายเวลาคำเชิญเข้าร่วมนาโตในตอนนี้ จะเป็นการแสดงให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เห็นว่าปูตินไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลักประการหนึ่งของตัวเองได้ นั่นคือ การขัดขวางไม่ให้รัฐบาลเคียฟเข้าเป็นสมาชิกนาโต
อย่างไรก็ตาม นักการทูตนาโตระบุว่า ยังไม่มีฉันทามติในหมู่ชาติสมาชิกที่จะออกคำเชิญยูเครนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในขณะนี้ และการตัดสินใจดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากสมาชิกทั้ง 32 ประเทศก่อน
ทั้งนี้ นาโตเคยประกาศว่ายูเครนจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรและอยู่บนเส้นทางไม่อาจหวนกลับได้ในการเป็นสมาชิกภาพ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกคำเชิญอย่างเป็นทางการหรือกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนออกมาแต่อย่างใด