วันที่ 19 ธ.ค. 2567 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเป็นเจ้าภาพการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนระดับสูง 6 ประเทศ ทั้งไทย, เมียนมา, สปป.ลาว, จีน, อินเดีย และบังกลาเทศ ว่า การหารือในวันนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ประเทศเมียนมาและประเทศเพื่อนบ้านครบทั้ง 5 ประเทศได้มีการหารือสะท้อนความจริงจังของทุกประเทศ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาต่างๆร่วมกัน
“เบี้ยผู้สูงอายุ 2568” เช็กวันโอนเข้าบัญชี และอัตราการจ่ายเบี้ยตามเกณฑ์อายุ
โดยก่อนหน้านี้ การหารืออย่างไม่เป็นทางการ 3 ฝ่ายระหว่างไทย อินเดีย เมียนมา ช่วงการประชุม BIMSTEC ที่กรุงนิวเดลี เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และการหารืออย่างไม่เป็นทางการ 4 ฝ่ายระหว่างไทย, จีน, เมียนมา และ สปป.ลาว ช่วงการประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา
นายมาริษ กล่าวว่า บรรยากาศการหารือในวันนี้เป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา และ สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ในลักษณะต่างๆ เช่น ปัญหายาเสพติด และ การหลอกลวงออนไลน์
ประเด็นสำคัญของการหารือได้มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การหารือโดยตรงระหว่างประเทศเมียนมากับประเทศเพื่อนบ้านมีความจำเป็นและสำคัญมาก เพราะประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาโดยตรง และความเข้าใจต่อความอ่อนไหวต่อสถานการณ์
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ได้เล่าให้ฟัเกี่ยวกับแผนงานทางด้านการเมืองของเมียนมา และความคืบหน้าการเตรียมการจัดการเลือกตั้งในปีหน้า เช่น มีการจัดทำสำมโนประชากร การจดทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งปัจจุบันมีถึง 53 พรรค และแจ้งด้วยว่ามีความตั้งใจจริงที่จะเชิญผู้สังเกตุการณ์เลือกตั้งจากต่างประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเมียนมากำลังพิจารณาในรายละเอียดและจะแจ้งให้ทราบต่อไป
นายมาริษ กล่าวอีกว่า ทุกประเทศต้องการเห็นเมียนมามีสันติภาพ เสถียรภาพ และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือ Peaceful, Stable and Unified Myanmar และต้องการให้ฝ่ายต่างๆในเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง และถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกโดยสันติ
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ได้แจ้งว่ารัฐบาลเมียนมาเปิดประตูสำหรับการพูดคุย เพื่อหาทางออกโดยกระบวนการทางการเมือง และท่านก็ได้อธิบายให้ฟังว่าท่านมีกลไกที่เปิดประตูให้กับทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม และเข้ามาแก้ปัญหาโดยสันติ” นายมาริษ กล่าว