วันที่ 3 ม.ค. กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะลงโทษปรับสายการบินเจ็ตบลูแอร์เวย์ส (JetBlue Airways) เป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 69 ล้านบาท) สำหรับ “เที่ยวบินที่ล่าช้าเป็นประจำ” โดยครึ่งหนึ่งของเงินค่าปรับจะนำไปมอบให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินล่าช้า
กระทรวงคมนาคมกล่าวว่า นี่จะเป็นครั้งแรกที่มีการปรับสายการบินจากปัญหาเที่ยวบินล่าช้าเป็นประจำในเส้นทางบางเส้นทาง ซึ่งหน่วยงานกล่าวโทษว่าเกิดจาก “การจัดตารางการบินที่ไม่เหมาะตามสภาพความเป็นจริง” ของสายการบิน
พีต บุตติเจจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ กล่าวว่า “การล่าช้าของเที่ยวบินอย่างผิดกฎหมายทำให้การเดินทางของผู้โดยสารไม่น่าเชื่อถือ การกระทำในวันนี้ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมการบินตระหนักดีว่าเราคาดหวังว่าตารางการบินของพวกเขาจะสะท้อนความเป็นจริง”
อย่างไรก็ตาม ทาง JetBlue ออกมาโต้แย้งว่า รัฐบาลซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบควบคุมการจราจรทางอากาศต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันสำหรับเที่ยวบินที่ล่าช้า
โฆษกสายการบิน เดเร็ก ดอมบราวสกี กล่าวว่า “JetBlue ได้ลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์เพื่อลดความล่าช้าของเที่ยวบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับความท้าทายด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและฟลอริดา” ส่งผลให้มีประสิทธิภาพความตรงต่อเวลาที่ดีขึ้นในปี 2024 รวมถึงในช่วงที่มีการเดินทางพีค ๆ ในช่วงฤดูร้อน
“แม้ว่าเราจะบรรลุข้อตกลงในการแก้ไขปัญหานี้ใน 4 เส้นทางในปี 2022 และ 2023 แต่เราเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินการระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของประเทศต้องรับผิดชอบต่อการเดินทางทางอากาศที่เชื่อถือได้เท่า ๆ กัน” ดอมบราวสกีกล่าว
เขากล่าวว่ารัฐบาลทรัมป์ที่กำลังจะเข้ามาใหม่ควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเทคโนโลยีการควบคุมการจราจรทางอากาศที่ล้าสมัยให้ทันสมัย และควรแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศด้วย
ทั้งนี้ ตามกฎระเบียบของกระทรวงคมนาคม ห้ามสายการบินเผยแพร่ตารางการบินที่ไม่บอกเวลาออกเดินทางและเวลามาถึงที่แท้จริง และกำหนดนิยาม “เที่ยวบินล่าช้าเป็นประจำ” คือ เที่ยวบินนั้นออกเดินทางอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน และเกินครึ่งมาถึงช้ากว่ากำหนดการ 30 นาที
เรียบเรียงจาก Associated Press