เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานการค้นพบ “ทางผ่านไดโนเสาร์” ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ บริเวณเหมืองหิน Dewars Farm Quarry ในออกซ์ฟอร์ดเชียร์
ทางผ่านไดโนเสาร์เส้นนี้ประกอบด้วยรอยเท้าขนาดใหญ่ประมาณ 200 รอยทอดยาวพาดผ่านพื้นหินปูน ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์พบว่าเกิดขึ้นเมื่อราว 166 ล้านปีก่อน หรือในยุคจูราสสิค จึงมีการเรียกกันเล่น ๆ ว่านี่คือ “Jurassic Highway” หรือทางหลวงของไดโนเสาร์ยุคจูราสสิก
รอยเท้าเหล่านี้เผยให้เห็นการมาและไปของไดโนเสาร์ 2 สายพันธุ์ที่เชื่อกันว่าเป็นซอโรพอดคอยาวที่เรียกว่า “เซติโอซอรัส” (Cetiosaurus) และอีกชนิดคือ “เมกาโลซอรัส” (Megalosaurus) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ
รอยทางผ่านไดโนเสาร์นี้มีช่วงที่ยาวที่สุดประมาณ 150 เมตร แต่นักโบราณคดีเชื่อว่าสามารถยาวได้ไกลกว่านี้มาก เนื่องจากมีการขุดค้นเพียงส่วนหนึ่งของเหมืองหินเท่านั้น
ศ.เคิร์สตี เอ็ดการ์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า “นี่คือรอยเท้าที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งที่ฉันเคยเห็นมา ทั้งในแง่ของขนาดและความยาว”
รอยเท้าเหล่านี้ถูกพบครั้งแรกโดย แกรี จอห์นสัน ซึ่งเป็นคนงานที่เหมืองหิน ขณะที่เขากำลังขับรถขุด
“ผมกำลังเคลียร์ดินเหนียวและไปเจอเนิน และตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นแค่สิ่งผิดปกติในพื้นดิน” เขากล่าวพร้อมชี้ไปที่สันเขาซึ่งมีโคลนบางส่วนถูกดันขึ้นมาเมื่อเท้าไดโนเสาร์กดลงไปในพื้นดิน
“แต่แล้วผมก็ไปเจอรอยอีกแห่งซึ่งยาว 3 เมตร และก็กลายเป็นเนินอีกครั้ง และขยับไปอีก 3 เมตร ก็เป็นเนินอีกครั้ง” จอห์นสันเล่า
ก่อนหน้านี้เคยมีการพบรอยเท้าอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียงในช่วงทศวรรษ 1990 ดังนั้นเขาจึงเริ่มคิดว่าเนินที่พบนี้อาจเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์
“ผมคิดว่าผมเป็นคนแรกที่เห็นรอยเท้าเหล่านี้ และมันดูเป็นเรื่องที่เกิดจริงมาก เป็นช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียวจริง ๆ” เขากล่าว
ทีมวิจัยพบรอยเท้าที่แตกต่างกัน 5 รอย โดย 4 รอยเป็นของเซติโอซอรัส ไดโนเสาร์กินพืชที่เดินสี่ขา รอยเท้าของพวกมันดูคล้ายรอยเท้าช้าง แต่ใหญ่กว่ามาก ส่วนรอยเท้าอีกรอยหนึ่งเชื่อว่าเป็นรอยเท้าของเมกาโลซอรัส
ดร.เอ็มมา นิโคลส์ นักบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อธิบายว่า “เราเรียกรอยเท้าของเมกาโลซอรัสว่ารอยเท้าสามนิ้ว เพราะมันมีนิ้วเท้าสามนิ้วที่ชัดเจนมาก พวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อที่เดินสองขา เป็นนักล่าที่คล่องแคล่ว”
เธอเสริมว่า “ทั้งตัวมันน่าจะมีความยาว 6-9 เมตร พวกมันเป็นไดโนเสาร์นักล่าตัวใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักในยุคจูราสสิกในอังกฤษ”
สภาพแวดล้อมที่พวกมันอาศัยอยู่นั้นปกคลุมไปด้วยทะเลสาบตื้น ๆ ที่อบอุ่น และไดโนเสาร์ก็ทิ้งรอยเท้าไว้ขณะที่มันเดินเตร่ไปบนโคลน
ด้าน ศ.ริชาร์ด บัตเลอร์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า “ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้สามารถรักษารอยเท้าเหล่านี้ไว้ได้ เราไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บางทีอาจเป็นเพราะมีพายุฝนพัดเข้ามาและเกิดตะกอนทับถมทับรอยเท้า ทำให้รอยเท้าเหล่านี้ยังคงอยู่แทนที่จะถูกพัดหายไปเฉย ๆ”
ทีมวิจัยได้ศึกษารอยเท้าอย่างละเอียดในระหว่างการขุด นอกจากจะพิมพ์รอยเท้าแล้ว พวกเขายังถ่ายภาพมากกว่า 20,000 ภาพเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติของสถานที่ทั้งหมดและรอยเท้าแต่ละรอย
ศ.บัตเลอร์บอกว่า “รอยเท้าไดโนเสาร์เป็นภาพสะท้อนของชีวิตสัตว์ คุณสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสัตว์ชนิดนั้นได้ คุณสามารถเรียนรู้สภาพแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่ได้อย่างแม่นยำ รอยเท้าไดโนเสาร์จึงให้ข้อมูลที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากหลักฐานฟอสซิลกระดูก”
นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานร่วมกับผู้ดำเนินการเหมืองหิน และ Natural England เพื่อหาทางเลือกในการอนุรักษ์สถานที่นี้ไว้สำหรับอนาคต พวกเขาเชื่อว่าอาจมีรอยเท้าอีกมากที่รอการค้นพบอยู่ในพื้นที่นี้
เรียบเรียงจาก BBC