ว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดสาบานตนรับตำแหน่ง 20 ม.ค.นี้ เขาได้เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง โดย ทรัมป์เปิดแถลงข่าวที่รีสอร์ต "มาร์ อะลาโก" ในรัฐฟลอริดา หลังจากสภาคองเกรสทำพิธีรับรองชัยชนะของเขาในศึกเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. อย่างเป็นทางการ
แถลงการณ์ดังกล่าวครอบคลุมหลายประเด็น หนึ่งในนั้น คือ เรื่องการใช้จ่ายด้านกลาโหมของบรรดาชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO)
ทรัมป์ระบุว่า เป้าหมายงบกลาโหมที่เหมาะสม คือ 5% ของจีดีพี ไม่ใช่แค่ 2% ของจีดีพี เหมือนที่ชาติสมาชิกเคยบรรลุร่วมกันไว้ โดยอ้างว่า ยุโรปอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตราย จากภัยของสงครามรัสเซีย-ยูเครน
"คือ ผมคิดว่าสมาชิก NATO ต้องตั้งงบ 5% คุณทำไม่ได้หรอกถ้าตั้ง 2% ทุกประเทศเลย ถ้าอยากมีประเทศ และกองทัพประจำการอยู่ คุณตั้งงบที่ 4% ผมคิดว่าควรเป็นงั้น พวกเขาอยู่ในจุดที่อันตราย ผมคิดว่าควรเป็นงั้น พวกเขาจ่ายไหวอยู่แล้วแหละ แต่ต้องตั้งงบ 5% ไม่ใช่ 2% ผมเป็นคนที่ทำให้พวกเขาจ่าย 2% นี่"
ที่ผ่านมา ทรัมป์มักวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประเทศสมาชิกนาโตในยุโรปสนับสนุนงบประมาณด้านกลาโหมน้อยเกินไป ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบสหรัฐฯ และเขาเน้นย้ำอยู่เสมอว่า สหรัฐฯ จะปกป้องนาโตจากการรุกรานของรัสเซีย ก็ต่อเมื่อสมาชิกเพิ่มงบกลาโหมเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่า ทรัมป์อาจเรียกร้องให้เกาหลีใต้และชาติพันธมิตรอื่นๆ พึ่งพาตนเองมากขึ้น หรือจ่ายเงินเพิ่ม แลกกับความคุ้มครองจากสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องฉนวนกาซา ซึ่งทรัมป์ยื่นคำขาดถึงกลุ่มฮามาสอีกครั้งว่า หากตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกจับไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 ยังไม่ได้รับอิสรภาพ ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่ง ตะวันออกกลางจะวุ่นวายอย่างแน่นอน
"นรกแตกแน่นอน ถ้าตัวประกันพวกนั้นยังไม่กลับมา ผมไม่อยากทำลายการเจรจาของคุณ แต่ถ้าตัวประกันไม่กลับมาภายในวันที่ผมรับตำแหน่ง นรกแตกแน่ที่ตะวันออกกลาง และมันคงไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับฮามาส มันคงไม่ดีกับใครเลย นรกจะแตกแน่นอน ผมคงไม่ต้องพูดอีก แต่มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น"
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังรับปากว่า จะเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก เป็นอ่าวอเมริกา เพราะมันครอบคลุมพื้นที่จำนวนมากของเรา รวมถึงเน้นย้ำว่า จะใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา
ตามปกติแล้ว หน้าที่การตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์ มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่ประธานาธิบดีก็สามารถเปลี่ยนชื่อทางภูมิศาสตร์ได้ ผ่านการใช้อำนาจพิเศษของฝ่ายบริหาร
ผู้สื่อข่าวยังได้ถามเรื่องเกาะกรีนแลนด์ของประเทศเดนมาร์ก และคลองปานามาของประเทศปานามา ซึ่งทรัมป์เคยเปรยไว้ว่าอยากยึดมาเป็นของสหรัฐฯ โดยทรัมป์ไม่รับปากว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าครอบครองดินแดนทั้งสอง เพราะมีความจำเป็นต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และโลกเสรี
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังระบุว่าอาจพิจารณาใช้มาตรการกำแพงภาษีในระดับสูงกับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก หากไม่ให้ความร่วมมือในประเด็นกรีนแลนด์
แถลงการณ์เรื่องกรีนแลนด์มีขึ้นในช่วงเดียวกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของทรัมป์ เดินทางถึงเกาะกรีนแลนด์เมื่อวานนี้ โดยเป็นทริปการเยือนแบบส่วนตัว