เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ฉบับใหม่ เพื่อคว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดยกล่าวหาว่าหน่วยงานดังกล่าว “กระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีมูลความจริงที่มุ่งเป้าไปที่อเมริกา รวมถึงอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเรา”
คำสั่งนี้จะกำหนดข้อจำกัดทางการเงินและวีซ่าสำหรับบุคคลและครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนของศาลอาญาระหว่างประเทศต่อพลเมืองหรือพันธมิตรของสหรัฐฯ
ทรัมป์ได้ลงนามในมาตรการดังกล่าวในขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกำลังเยือนกรุงวอชิงตัน
เมื่อเดือน พ.ย. 2024 ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับเนทันยาฮูในข้อกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลปฏิเสธ
เอกสารของทำเนียบขาวที่เผยแพร่หลังการลงนามคำสั่งกล่าวหาว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศได้สร้าง “ความเท่าเทียมทางศีลธรรมอันน่าละอาย” ระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล จากการออกหมายจับทั้งผู้นำกลุ่มฮามาสและเนทันยาฮู
คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่า การกระทำล่าสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศ “สร้างบรรทัดฐานที่เป็นอันตรายต่อชาวอเมริกัน” โดยทำให้พวกเขาเผชิญกับ “การคุกคาม การล่วงละเมิด และอาจถูกจับ”
คำสั่งทรัมป์ระบุว่า “การกระทำอันชั่วร้ายนี้คุกคามอำนาจอธิปไตยของสหรัฐฯ และบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญและงานนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรของเรา รวมถึงอิสราเอล”
คำสั่งยังระบุเพิ่มเติมว่า “ทั้งสองประเทศ (สหรัฐฯ และอิสราเอล) เป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุ่งเรือง โดยมีกองทหารที่ยึดมั่นตามกฎหมายสงครามอย่างเคร่งครัด”
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่ใช่สมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ และปฏิเสธอำนาจศาลของศาลเหนือเจ้าหน้าที่หรือพลเมืองสหรัฐฯ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำเนียบขาวยังกล่าวหาว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศจำกัดสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง ขณะที่กล่าวหาว่าศาลเพิกเฉยต่ออิหร่านและกลุ่มต่อต้านอิสราเอล
เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์ศาล ICC ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และดำเนินการหลายอย่างเพื่อคว่ำบาตรศาล
ในเวลานั้น เขาได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของศาลอาญาระหว่างประเทศที่กำลังสืบสวนว่ากองกำลังสหรัฐฯ ก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถานหรือไม่ มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวได้รับการยกเลิกโดยรัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน
เมื่อเดือนที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติอนุมัติให้คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ร่างกฎหมายถูกตีตกในชั้นวุฒิสภา
ศาลอาญาระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นในปี 2002 หลังจากเหตุฆ่าล้างเผ่ายูโกสลาเวียและเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา เพื่อสอบสวนการกระทำอันโหดร้าย มีประเทศมากกว่า 120 ประเทศที่ให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรม ซึว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ในขณะที่อีก 34 ประเทศได้ลงนามและอาจให้สัตยาบันในอนาคต โดยทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรม
ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นศาลที่มีอำนาจสูงสุด และมีไว้เพื่อแทรกแซงเฉพาะเมื่อทางการของประเทศนั้น ๆ ไม่สามารถหรือจะไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรง
เรียบเรียงจาก BBC