โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหน้าใช้มาตรการข่มขู่ทางภาษีอย่างต่อเนื่อง หลังประกาศว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ และลงนามในแผนมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) โดยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั้งหมดจากจีน 10% มาตรการภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโก 25% และภาษีนำเข้าสินค้าส่วนมากจากแคนาดา 25% ยกเว้นน้ำมันดิบและสินค้าพลังงานที่เรียกเก็บ 10%
ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า คำสั่งและการตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์ ไม่ชัดเจนว่าช่วยจะยกระดับการแข่งขันของสินค้าอเมริกันในตลาดต่างประเทศและฟื้นฟูฐานการผลิตของสหรัฐฯ ที่ลดลงมาเป็นเวลานานอย่างไร แต่แน่นอนว่าก่อให้เกิดความสับสนในการทำธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนสร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์และผู้บริโภคเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงเพิ่มความกังขาให้กับพันธมิตรสหรัฐฯ
หนึ่งในตัวอย่างคือ ยอดขายของธงชาติแคนาดาที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากปีก่อนหน้า เนื่องจากความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐฯ ส่งผลทำให้เกิดกระแสความรักชาติขึ้น
บริษัท "แฟล็กส์ อันลิมิเต็ด" (Flags Unlimited) ผู้ผลิตธงชาติของแคนาดา เปิดเผยว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นยังมีขึ้นก่อนถึงวันชาติแคนาดา ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และนับเป็นวันครบรอบ 60 ปี ที่แคนาดาเปลี่ยนมาใช้ธงใบลเมเปิลสีขาว-แดง พร้อมเสริมว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อบรรยากาศทางการเมือง หลังเผชิญภัยคุกคามจากทรัมป์ ที่เคยประกาศว่าจะผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ด้วย