เวลาที่เราเห็นคนหมดสติหรือหยุดหายใจ หลายคนที่รู้จักวิธีการกู้ชีพหรือ CPR ก็มักไม่รีรอที่จะช่วยเหลือบุคคลนั้นให้ฟื้นกลับขึ้นมาได้หรือประคองอาการจนกว่าจะถึงมือหมอ แต่ทราบหรือไม่ว่า พฤติกรรมการช่วยกู้ชีพให้คนที่หมดสตินั้น ไม่ได้มีแค่คน แต่ “หนู” ก็รู้จักวิธีกู้ชีพเหมือนกัน!
งานวิจัยชิ้นใหม่เผยว่า หนูพยายามจะช่วยชีวิตเพื่อนที่หมดสติ และจากการสังเกตสมองส่วนที่รับผิดชอบการทำงานที่ควบคุมไม่ได้ พบการเพิ่มขึ้นของสัญญาณฮอร์โมน ซึ่งดูเหมือนจะมีความสำคัญต่อกิจกรรมที่คล้ายกับพยาบาลฉุกเฉิน
ซุน เหวินเจี้ยน นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) และทีมวิจัย พบว่า การปฐมพยาบาลของหนูจะเน้นที่ “การกัด” เพื่อเรียกสติ และมีเทคนิคพิเศษนั่นคือ “การดึงลิ้น” เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจของเพื่อนที่หมดสติขยายขึ้น ทำให้หนูที่หมดสติฟื้นได้เร็วขึ้น
พฤติกรรมการช่วยเหลือเพื่อนเป็นสิ่งที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นเวลานานในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสมองขนาดใหญ่ เช่น โลมาและช้าง และเป็นที่ทราบกันดีว่าหนูจะช่วยเหลือสัตว์ชนิดเดียวกันเมื่อพวกมันถูกขังไว้ แต่พฤติกรรมที่คล้ายกับการปฐมพยาบาลนั้นยังไม่เคยได้รับการศึกษาอย่างละเอียดในหนูมาก่อน
ทีมวิจัยยังพบว่า หนูพยายามช่วยเหลือเพื่อนที่หมดสติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน แสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์การช่วยชีวิตไม่น่าจะเกิดขึ้นเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือเป็นเรื่องบังเอิญ
นักวิจัยยังพบอีกว่า หนูมีแนวโน้มที่จะพยายามช่วยชีวิตเพื่อนที่คุ้นเคยกันมากกว่าหนูที่ไม่รู้จัก
เจมส์ เบิร์กเก็ตต์ นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลโด ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ กล่าวว่า “ความคุ้นเคยนั้นบ่งบอกว่าสัตว์ไม่ได้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มันเห็นโดยอัตโนมัติ พวกมันคำนึงถึงสถานการณ์และตัวตนของสัตว์เมื่อต้องตอบสนอง”
ในการทดลองชุดหนึ่ง ซุนและทีมวิจัยได้ให้หนูในกรงทดลองกับหนูที่ตาย หมดสติ หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยบางตัวเป็นหนูที่มันรู้จัก และบางตัวเป็นหนูที่ไม่มันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย
ใน 50% ของกรณีทั้งหมด หนูจะดึงลิ้นออกจากปากของหนูที่ไม่ตอบสนอง ทำให้หนูเหล่านี้สามารถฟื้นตัวและเริ่มเดินได้อีกครั้ง
หลี่ จาง นักสรีรวิทยาของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย หนึ่งในทีมวิจัย เล่าว่า “พวกมันเริ่มต้นด้วยการดม จากนั้นทำความสะอาดตัว จากนั้นถ้ายังไม่ฟื้น พวกมันจะเปิดปากหนูที่หมดสติและดึงลิ้นออกมา”
ใน 80% ของกรณีทั้งหมด หนูที่เป็นผู้ช่วยเหลือจะนำวัตถุที่นักวิทยาศาสตร์ใส่ไว้ในปากของหนูที่ถูกวางยาสลบออกไป อย่างไรก็ตาม วัตถุที่ใส่ไว้ในทวารหนักหรืออวัยวะเพศของหนูจะถูกละเลย
นอกจากนี้ ยังพบว่าหนูมีความพยายามจะช่วยชีวิตหนูที่ตายแล้วด้วย แต่ไม่ได้พยายามช่วยชีวิตหนูที่กำลังนอนหลับ
จากการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแอนเจลิส พบว่า เมื่อหนูถูกพาไปเจอเพื่อนที่ไม่มีการตอบสนอง สมองอะมิกดาลาส่วนกลางจะสว่างขึ้น
ส่วนการศึกษาของซุนสังเกตพบการเพิ่มขึ้นของออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันทางสังคม ในนิวเคลียสพาราเวนทริคิวลาร์ในไฮโพทาลามัส
เป็นที่ทราบกันดีว่า บริเวณสมองทั้งสองส่วนนี้มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดูแล
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่
เรียบเรียงจาก Science Alert