เมื่อวันที่ 28 ก.พ. กระทรวงการต่างประเทศจีนได้จัดงานแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ซึ่งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามประเด็นและข้อสงสัยต่าง ๆ ได้
โดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ได้ถามถึงกรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนจากไทยกลับประเทศจีนเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา และทำให้สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศอื่น ๆ ออกแถลงการณ์ประณามการส่งกลับดังกล่าว และเรียกร้องให้จีนปกป้องสิทธิมนุษยชน
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบว่า “จีนขอคัดค้านอย่างหนักแน่นที่จะใช้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับซินเจียงเพื่อแทรกแซงกิจการภายในของจีนและขัดขวางความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างจีนและประเทศที่เกี่ยวข้องภายใต้ข้ออ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน”
เขาเสริมว่า “ผมขอเน้นย้ำว่า การส่งตัวกลับประเทศครั้งนี้ดำเนินการตามกฎหมายของจีนและประเทศไทย รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติทั่วไป จีนยึดมั่นในหลักนิติธรรม มีกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่พัฒนาอย่างดี และมีกลไกการทำงานในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ตุลาการ ความสำเร็จเหล่านี้มีให้ทุกคนได้เห็น ประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในจีน รวมทั้งชาวอุยกูร์ในซินเจียง ต่างก็ได้รับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม พลเมือง และการเมืองอย่างเต็มที่”
โฆษกบอกอีกว่า “ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศบางแห่งได้กล่าวหาอย่างไม่มีมูลความจริงต่อความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างจีนและไทยในการปราบปรามการลักลอบขนของผิดกฎหมายและกิจกรรมผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามพรมแดนอื่น ๆ รวมถึงสร้างเรื่องราวเท็จเกี่ยวกับซินเจียง และนำประเด็นนี้มาโจมตีทางการเมือง”
หลิน เจี้ยน บอกว่า การอพยพและการลักลอบขนของผิดกฎหมายถือเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของพรมแดน จีนจะยังคงเสริมสร้างความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศกับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันจัดการกับความท้าทายของการลักลอบขนของผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามพรมแดนอื่น ๆ รับรองความปลอดภัยและระเบียบเรียบร้อยของชาวจีนและชาวต่างชาติตามกฎหมาย และปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของนักเดินทางขาเข้าและขาออก
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ถามถึงกรณีที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเกี่ยวข้องกับการที่ไทยส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน และบอกว่าการปฏิบัติของจีนต่อกลุ่มชาติพันธุ์เท่ากับเป็นการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”
หลิน เจี้ยน บอกว่า “เกี่ยวกับคำพูดของนักการเมืองสหรัฐฯ ผมขอชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องโกหกแห่งศตวรรษ ซินเจียงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางสังคม และความสามัคคีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด และผู้คนที่นั่นก็มีชีวิตที่ดีขึ้น ข้อเท็จจริงเหล่านี้ชัดเจนสำหรับทุกคน และไม่มีใครสามารถเพิกเฉยได้”
โฆษกฯ เสริมว่า “ประเทศบางประเทศและนักการเมืองบางคนได้แต่งและเผยแพร่เรื่องโกหกเพื่อทำให้ซินเจียงไม่มั่นคง จีนคัดค้านอย่างหนักต่อการแทรกแซงกิจการภายในของจีนภายใต้ข้ออ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน และขัดขวางความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในนามของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับซินเจียง นักการเมืองที่เกี่ยวข้องต้องหยุดปรุงแต่งและเผยแพร่ข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จต่อซินเจียง”
เรียบเรียงจาก กระทรวงการต่างประเทศจีน