เป็นเวลาราว 6 สัปดาห์แล้ว หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งได้นำความเปลี่ยนแปลงจำนวนมากมมาสู่นโยบายของสหรัฐฯ ทั้งเชิงสังคมและเศรษฐกิจ ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่า หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก
ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 4 มี.ค. ทรัมป์ได้เดินทางมายังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อปราศรัยต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยทรัมป์บอกว่า “เราบรรลุผลสำเร็จมากกว่าที่ฝ่ายบริหารส่วนใหญ่ทำได้ใน 4 หรือ 8 ปีเสียอีก และนี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
เขายังกล่าวว่า หลายคนเชื่อว่าการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และอารมณ์ของคนทั้งประเทศเปลี่ยนไปในทางของ “ความภาคภูมิใจ” และ “ความมั่นใจ”
ทรัมป์บังเปรียบเทียบตัวเองกับ จอร์จ วอชิงตัน และคุยโวเกี่ยวกับชัยชนะในการเลือกตั้งของเขา รวมทั้งกล่าวถึงความสำเร็จที่จับต้องได้มากมาย เช่น คำสั่งฝ่ายบริหารหลายร้อยฉบับ การระงับความช่วยเหลือต่างประเทศ การลดปัญหาการข้ามพรมแดนผิดกฎหมาย และการถอนตัวจากองค์กรและข้อตกลงระหว่างประเทศ
เขายังพูดอย่างละเอียดเกี่ยวกับการห้ามนักกีฬาข้ามเพศลงแข่งในกีฬาของผู้หญิง และการเคลื่อนไหวเพื่อกำจัด ”อุดมการณ์ Woke” ออกจากโรงเรียนและกองทัพของสหรัฐฯ
“Woke เป็นปัญหา Woke เป็นสิ่งไม่ดี มันหายไปแล้ว มันหายไปแล้ว และเรารู้สึกดีขึ้นมากจากมัน ไม่ใช่หรือ” ทรัมป์กล่าว
หลังจากโฆษณาผลงานของเขาในช่วงเปิดการประชุมนานประมาณครึ่งชั่วโมง ทรัมป์ก็ขยับไปพูดถึงภารกิจที่เขายังต้องทำให้สำเร็จ และนั่นเป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ของสุนทรพจน์ที่กินเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง 40 นาที เป็นสุนทรพจน์ประจำประธานาธิบดี
ทรัมป์ยังตำหนิ โจ ไบเดน ที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันมีปัญหา ซึ่งรวมถึงราคาไข่ที่สูง เขาสัญญาว่าจะกอบกู้เศรษฐกิจและจะบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน
เขาเรียก อีลอน มัสก์ ออกมาต่อหน้าผู้ฟัง และกล่าวว่าแผนกประสิทธิภาพรัฐบาล (Doge) ของเขาจะลดอัตราเงินเฟ้อ โดยลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและการฉ้อโกง
ทรัมป์เน้นย้ำอย่างหนักแน่นในคำมั่นสัญญาที่จะพัฒนากฎหมายตรวจคนเข้าเมืองต่อไป และปกป้องนโยบายภาษีศุลกากรของเขาอย่างแข็งขัน โดยกล่าวว่านโยบายเหล่านี้ “ปกป้องจิตวิญญาณของประเทศเรา” แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะเตือนว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องมีต้นทุนการใช้ชีวิตที่สูงขึ้นก็ตาม
ประธานาธิบดียอมรับว่า การขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีนอาจทำให้เกิด “ความไม่สงบ” และเกษตรกรในสหรัฐฯ อาจรู้สึก “ไม่สบายท้อง”
เขายังสัญญาว่าจะเดินหน้าต่อไปด้วยภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ต่อคู่ค้าในสหรัฐฯ ทั้งหมดในเดือน เม.ย.
นโยบายต่างประเทศมักไม่ค่อยได้เป็นส่วนสำคัญในสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี และครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น แม้ว่าทรัมป์จะสร้างความปั่นป่วนให้กับการเมืองโลกในช่วงสัปดาห์แรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ก็ตาม
เขาย้ำถึงความปรารถนาให้สหรัฐฯ ผนวกกรีนแลนด์ สัญญาว่าจะให้สหรัฐฯ ควบคุมคลองปานามา และกล่าวถึงกาซาและตะวันออกกลางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ประธานาธิบดีได้พูดถึงการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียในยูเครนอย่างละเอียด และเขารู้สึกยินดีที่ได้อ่านจดหมายที่อ้างว่าเพิ่งได้รับจาก โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ซึ่งคล้ายกับข้อความที่ผู้นำยูเครนโพสต์บน X ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน
จดหมายระบุว่า “ทีมงานของผมและผมพร้อมที่จะทำงานภายใต้การนำอันแข็งแกร่งของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน เราให้คุณค่ากับสิ่งที่อเมริกาทำเพื่อช่วยให้ยูเครนรักษาอธิปไตยและเอกราชของตนไว้ได้อย่างแท้จริง”
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เซเลนสกีพร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับแร่ธาตุและความมั่นคง “เมื่อใดก็ได้ที่สะดวกสำหรับคุณ”
คำปราศรัยต่อสภาคองเกรสของทรัมป์ได้สร้างสถิติสมัยใหม่สำหรับการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาที่ยาวนานที่สุดในฐานะประธานาธิบดี
เรียบเรียงจาก BBC