รัฐบาลทหารเมียนมาเตรียมส่งคณะผู้แทนเจรจาการค้า เดินทางไปเจรจาในประเด็นกำแพงภาษีระหว่างเมียนมาและสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยคณะผู้แทนนี้จะมีบุคลากรระดับสูงของเมียนมา ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา และคณะกรรมาการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ ซึ่งถูกสหภาพยุโรปควํ่าบาตร
การส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เป็นการสนองตอบคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะตั้งกำแพงภาษีศุลกากร 40% ต่อสินค้าส่งออกของเมียนมา โดยจะมีผลในวันที่ 1 ส.ค. นี้
คณะผู้แทนเจรจาการค้าจะประกอบไปด้วย ดร.ซอว์ อู่ ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา และหัวหน้าหน่วยงานที่ปรึกษาในระดับมันสมองของรัฐบาลทหารเมียนมา โดยในอดีตเขาเคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ทั้งยังเคยเป็นตัวกลางของการพูดคุยระหว่างทหารและพลเรือน
มิน มิน อู่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งถูกสหภาพยุโรปควํ่าบาตร หลังเขาออกมาสรุปผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2020 ซึ่งพรรค NLD ของนางอองซานซูจี ได้รับชัยชนะ ว่าเป็นชัยชนะที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่เขาไม่เคยนำหลักฐานมาแสดง และเบิกทางไปสู่การรัฐประหารของ มิน อ่อง หล่าย ในเดือน ก.พ. 2021 ที่อ้างว่า การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปว่า ทางการสหรัฐฯ จะออกวีซ่าให้กับคณะผู้แทนของเมียนมาหรือไม่ เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ทำการควํ่าบาตรเมียนมาภายหลังการรัฐประหาร และกล่าวหารัฐบาลของ มิน อ่อง หล่าย ว่า เป็นอาชญากรสงคราม หลังกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางพลเรือน ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเสียชีวิต
ไม่นานมานี้ มิน อ่อง หล่าย ได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ร้องขอให้มีการตั้งกำแพงภาษีเพียง 10% ถึง 20% เท่านั้น และพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจา ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.