โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนเวเนซุเอลาว่า หากเครื่องบินทางการทหารของเวเนซุเอลาไม่ว่าลำใด บินเข้าใกล้กองเรือของสหรัฐฯ และมีท่าทีคุกคามและเป็นอันตรายต่อกองเรือของสหรัฐฯ เขาอนุญาตให้ผู้บัญชาการตัดสินใจสั่งยิงเครื่องบินของเวเนซุเอลาได้เลย
ท่าทีที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์เกิดขึ้น ภายหลังเครื่องบินทางการทหารของเวเนซุเอลาบินโฉบเข้าใกล้กองเรือของสหรัฐฯ ในบริเวณทะเลแคริบเบียน เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน
ความเคลื่อนไหวของเวเนซุเอลาเช่นนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากกองเรือสหรัฐฯ ทำการถล่มเรือขนยาเสพติดที่เชื่อว่าเดินทางออกจากฝั่งเวเนซุเอลาไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 11 ราย
"ผมจะบอกอย่างนี้ ท่านนายพล หากเวเนซุเอลาทำอย่างนั้นอีก คุณสามารถเลือกจะทำอะไรก็ได้เลย หากเครื่องบินของเวเนซุเอลาอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตรายต่อกองเรือของเรา ผมจะบอกว่า คุณหรือผู้บังคับการเรือตัดสินใจได้เลยว่าจะทำอะไร" ทรัมป์กล่าว
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวระบุว่า ได้มีการส่งเครื่องบินขับไล่แบบ F-35 จำนวน 10 ลำไปยังเปอร์โต ริโก นอกจากนี้มีการเสริมกำลังทางเรือในทะเลแคริบเบียน พร้อมด้วยทหารนาวิกโยธินหลายพันนาย เพื่อดำเนินการสะกัดกั้นเส้นทางการค้ายาเสพติด ไม่ให้ยาเสพติดไหลทะลักเข้าสู่สหรัฐฯ
ด้าน นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ออกมาตอบโต้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในทะเลแคริบเบียน โดยระบุว่า ให้สหรัฐฯ ล้มเลิกแผนการโค่นล้มระบอบการปกครองของเขาเสีย ให้หันมาเคารพอำนาจอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และความเป็นเอกราชแทน
ขณะที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของเวเนซุเอลา แต่ต้องการปราบปรามยาเสพติด เพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากหายนะเหล่านี้เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ขึ้นค่าหัวรางวัลนำจับมาดูโร เป็น 50 ล้านดอลลาร์ ในข้อหาค้ายาเสพติดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีว่าเป็นองค์กรการก่อการร้าย