กองทัพอิสราเอลรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนได้ส่งโดรนหลายลำโจมตีสนามบิน โดยบางส่วนถูกสกัดไว้ได้ก่อนถึงอิสราเอล ขณะที่หน่วยงานการท่าอากาศยานอิสราเอลระบุว่า มีโดรนอย่างน้อย 1 ลำที่พุ่งชนโถงอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติรามอน ใกล้กับเมืองเอลัต ทางตอนใต้ของประเทศ
ทั้งนี้ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 2 คน นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกและได้รับการดูแลในที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้สนามบินต้องระงับการให้บริการเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ด้าน ยาห์ยา ซารี โฆษกกลุ่มกบฏฮูตีระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนที่มีสถานที่อื่น ๆ ทางตอนใต้อิสราเอลเป็นเป้าหมายด้วย พร้อมกับประกาศว่ากลุ่มฮูตีจะยกระดับการโจมตีอิสราเอล เพื่อแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่กรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีอาเหม็ด อัล-ราฮาวี ของรัฐบาลฮูตี เสียชีวิต พร้อมคณะรัฐมนตรีหลายคน โดยอัล-ราฮาวีถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของกลุ่มฮูตี ที่ถูกสังหารในปฏิบัติการร่วมระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ
หลังการเสียชีวิตของอัล-ราฮาวี กลุ่มฮูตีประกาศว่าจะยกระดับการโจมตีต่ออิสราเอล รวมถึงเรือที่เดินเรือผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดง นอกชายฝั่งเยเมน
สนามบินนานาชาติรามอนเปิดใช้งานเมื่อปี 2019 อยู่ห่างจากเมืองตากอากาศเอลัต ทางใต้สุดของอิสราเอลราว 19 กิโลเมตร สนามบินแห่งนี้รองรับทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ แต่มีขนาดเล็กกว่าสนามบินหลักของอิสราเอลอย่างสนามบินเบน กูเรียน ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม กลุ่มฮูตีเคยยิงขีปนาวุธตกใกล้สนามบินเบน กูเรียน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน และส่งผลให้หลายสายการบินยกเลิกเที่ยวบินมายังอิสราเอลเป็นเวลาหลายเดือน
โดยหลังจากนั้นอิสราเอลก็ได้โจมตีและทำลายสนามบินหลักในกรุงซานา ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองกลุ่มฮูตี