เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา อาคารที่ทำการรัฐบาลยูเครน เกิดไฟลุกไหม้บบางจุด หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งประกอบด้วยโดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก
ยูเลีย สวีรีเดนโก นายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวว่า อาคารที่ทำการรัฐบาลถูกโจมตีเป็นครั้งแรกระหว่างการโจมตีของรัสเซีย โดยระบุว่า หลังคาและชั้นบนของอาคารได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงไหม้
ขณะที่ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกีเผยว่า รัสเซียส่งโดรน 805 ลำ และยิงขีปนาวุธ 13 ลูก เข้าใส่กรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งถือเป็นจำนวนโดรนที่มากที่สุดเป็นสถิติใหม่
ด้านกองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า สามารถสกัดโดรนได้ทั้งหมด 751 ลำ และขีปนาวุธ 4 ลูก
นอกจากอาคารที่ทำการรัฐบาลแล้ว ยังมีอะพาร์ตเมนต์อีกหลายแห่งได้รับความเสียหาย
เบื้องต้น ในกรุงเคียฟมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีระลอกนี้ 4 คน ในจำนวนนี้ มีหญิงวัย 32 ปี และลูกน้อยวัย เพียง 2 เดือน รวมอยู่ด้วย
เซเลนสกีกล่าวประณามว่า การโจมตีทางอากาศครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเมืองซาโปริซเซีย ครีวีรีห์ และโอเดสซา รวมถึงในภูมิภาคซูมีและเชอร์นิฮิฟ
“การสังหารเช่นนี้ในขณะนี้ ในช่วงเวลาที่การทูตที่แท้จริงน่าจะเริ่มต้นขึ้นนานแล้ว ถือเป็นอาชญากรรมโดยเจตนาและเป็นความพยายามที่จะยืดเยื้อสงคราม” เซเลนสกีกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมมือกันยุติการโจมตี
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า ได้ดำเนินการโจมตีอาคารอุตสาหกรรมการทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของยูเครน ส่งผลให้คลังอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ อาคารที่ทำการรัฐบาลยูเครนที่ถูกโจมตี เป็นที่รู้จักกันในชื่ออาคารคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นที่ตั้งสำนักงานของรัฐมนตรียูเครนหลายกระทรวง
วิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า โดรนอาจพุ่งชนอาคารคณะรัฐมนตรีโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากถูกสกัดกั้น แม้ว่ารายละเอียดต่าง ๆ จะยังไม่ชัดเจน
นี่คือจุดพลิกผันครั้งใหม่ในการโจมตียูเครนของรัสเซีย จนถึงปัจจุบัน อาคารรัฐบาลยังไม่ถูกโจมตีเลย ใจกลางเมืองเคียฟมีการป้องกันอย่างแน่นหนา นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้น ดังนั้น คาดว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ประชาชนรู้สึกไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย
ส่วนที่อะพาร์ตเมนต์ที่ถูกโจมตีจนแม่และลูกน้อยวัย 2 ขวบเสียชีวิตนั้น เพื่อนบ้านคนหนึ่งเล่าว่า แม่ลูกคู่นี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ โดยสามีของหญิงสาวคนดังกล่าวกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในพื้นที่อื่น ๆ ของยูเครน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 รายจากการโจมตีในเมืองซาโปริซเซีย ซึ่งอาคารหลายหลังรวมถึงบ้านเรือนและสถานรับเลี้ยงเด็กถูกโจมตี
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า พันธมิตร 26 ประเทศได้ให้คำมั่นอย่างเป็นทางการในการส่งกำลังทหารทางบก ทางทะเล หรือทางอากาศ เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยทันทีที่การสู้รบยุติลง
แต่ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียพยายามขัดขวางการริเริ่มของกลุ่มพันธมิตร โดยเตือนว่า กองกำลังใด ๆ ที่ส่งไปยูเครนจะเป็น “เป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
เรียบเรียงจาก BBC