วันที่ 8 ก.ย. เกิดเหตุคนร้าย 2 คนก่อเหตุกราดยิงในกรุงเยรูซาเลมของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บสาหัส 7 คน โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มมือปืนชาวปาเลสไตน์
มาเกน เดวิด อาดอม เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลของอิสราเอล ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 3 คน อายุประมาณ 30 ปี หญิง 1 คน อายุ 50 ปี และชาย 1 คน อายุ 50 ปี ตามลำดับ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 9 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น และอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกแตก
ตำรวจอิสราเอลกล่าวว่า คนร้าย 2 คนเปิดฉากยิงใส่ป้ายรถเมล์ที่แยกรามอต ชานกรุงเยรูซาเลม ทางตอนเหนือของเมือง โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 คน และพลเรือน 1 คน ได้ยิงตอบโต้และสกัดกั้นผู้ก่อเหตุ
ยังไม่มีการอ้างความรับผิดชอบใด ๆ จากกลุ่มติดอาวุธใด ๆ ในขณะนี้ แม้ว่ากลุ่มฮามาสจะออกมายกย่องการโจมตีครั้งนี้ก็ตาม
ตำรวจกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จำนวนมากกำลังรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่ทีมนิติวิทยาศาสตร์กำลังรวบรวมหลักฐาน
ตำรวจอิสราเอลอธิบายว่า เหตุการณ์ยิงครั้งนี้ต้องสงสัยว่าเป็น “การโจมตีก่อการร้าย” โดยผู้ก่อเหตุ 2 รายถูกกำจัดทันทีหลังจากการยิงเริ่มต้นขึ้น
“จากแหล่งข่าวทางการแพทย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และผู้ก่อการร้ายถูกกำจัดแล้ว ตำรวจได้ปิดเส้นทางเข้าออก และกำลังพลจำนวนมากกำลังเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ” ตำรวจกล่าว
สถานีวิทยุกองทัพอิสราเอลรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจสงสัยว่าผู้ก่อเหตุโจมตีเป็นชาวปาเลสไตน์จากเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์อิสราเอลฮายอมรายงานว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้แจ้งต่อผู้พิพากษาว่า จะไม่เข้าร่วมการพิจารณาคดีทุจริตที่กำหนดไว้ในวันที่ 8 ก.ย. เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคง
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / BBC