“สุชิลา การ์กี” อดีตประธานศาลฎีกาของเนปาล วัย 73 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีแล้ว ถือเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศเนปาล หลังบรรลุข้อตกลงกับแกนนำผู้ประท้วงต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นเหตุจลาจลซึ่งส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 50 คน และบีบให้นายกรัฐมนตรี เคพี ชาร์มา โอลี ต้องลาออก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
การ์กีได้รับการยกย่องว่ามีภาพลักษณ์ขาวสะอาดและได้รับการสนับสนุนจากแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงที่เป็นคนรุ่น Gen Z ให้ขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ
หลายฝ่ายคาดว่า การ์กีจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังยุบสภาและประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 5 มี.ค. 2026
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า ทั้งการฟื้นฟูการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย การซ่อมแซมรัฐสภาและอาคารราชการที่ถูกโจมตีขึ้นใหม่ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ประท้วง Gen Z ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง รวมถึงประชาชนที่กังวลว่าประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญของประเทศอาจถูกทำลายลง
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การนำผู้ก่อความรุนแรงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
การประท้วงใหญ่ในเนปาลเริ่มต้นขึ้นจากการที่รัฐบาลแบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ 26 แห่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และแม้จะยกเลิกคำสั่งนี้เมื่อวันที่ 8 ก.ย. แต่การประท้วงได้ขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหวของมวลชนขนาดใหญ่ไปแล้ว
การแบนโซเชียลมีเดียของเนปาลมีขึ้นหลังแคมเปญต่อต้าน “เนโป คิด” (Nepo Kid) ที่เปิดโปงชีวิตอันหรูหราของลูกหลานนักการเมือง และข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต เป็นไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้นด้วย