วันที่ 15 ก.ย. สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นหรือไม่ ระหว่างการบุกจับและควบคุมตัวแรงงานชาวเกาหลี.9hโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ในรัฐจอร์เจียเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา
ชาวเกาหลีใต้ทั้งหมด 316 คนเดินทางกลับถึงบ้านในวันที่ 12 ก.ย. หลังถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) บุกจับที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และถูกกักตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์
สื่อท้องถิ่นได้รายงานเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงมากมายเกี่ยวกับการบุกจับและควบคุมตัวครั้งนี้ โดยหลายคนระบุว่า สถานกักกันแออัด ไม่ถูกสุขอนามัย และมีการใช้ความรุนแรง
แรงงานเล่าถึงสภาพพื้นที่คับแคบ ที่นอนขึ้นรา อากาศเย็น และการเข้าถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐานที่จำกัด หลายคนยังเล่าถึงการถูกล่ามโซ่รอบเอว ขา และข้อมือระหว่างการจับกุม และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติอย่างหยาบคาย
คัง ยู-จุง โฆษกสำนักงานประธานาธิบดี กล่าวในการแถลงข่าวว่า “รัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบกับบริษัทต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เพื่อพิจารณาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหรือไม่”
เธอเสริมว่า “กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาว่าข้อเรียกร้องของเราได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสมหรือไม่ และบริษัทต่าง ๆ เองก็กำลังดำเนินการตรวจสอบของตนเองเช่นกัน เพื่อตรวจสอบว่ามีมาตรการใดที่ไม่เพียงพอทั้งจากฝั่งเกาหลีและฝั่งสหรัฐฯ”
รัฐบาลเกาหลีใต้ย้ำว่า สิทธิและศักดิ์ศรีของพลเมืองเกาหลีใต้จะต้องไม่ถูกละเมิดอย่างไม่เป็นธรรม และแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“คำร้องของเราบางส่วนได้รับการตอบรับ และมีการปรับปรุงแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตาม เราจะยังคงตรวจสอบว่ายังมีปัญหาหรือความไม่สะดวกใด ๆ สำหรับพลเมืองของเราอยู่หรือไม่” คัง ยู-จุง กล่าวเสริม
เรียบเรียงจาก Yonhap