ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัล ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือที่อ้างว่าเป็นของแก๊งค้ายาเสพติดจากเวเนซุเอลา โดยการโจมตีเกิดขึ้นในน่านน้ำสากล และมีผู้เสียชีวิต 3 คน แต่ทรัมป์ไม่ได้แสดงหลักฐานใด ๆ เพื่อยืนยันว่าเรือลำดังกล่าวบรรทุกยาเสพติดจริงหรือไม่
โพสต์ดังกล่าวยังมีวิดีโอความยาวเกือบ 30 วินาที ที่เผยให้เห็นเรือลำหนึ่งในทะเลเกิดระเบิดและไฟลุกไหม้
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้โจมตีเรือที่สงสัยว่าเป็นเรือขนยาเสพติดจากเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน
การโจมตีครั้งแรกได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเลวร้ายลง โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลเวเนซุเอลาได้กล่าวหากองทัพสหรัฐฯ ว่าโจมตีเรือประมงที่ไม่ได้เป็นภัยใด ๆ
การโจมตีดังกล่าวยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งถูกสังหารโดยไม่มีการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม นักวิจารณ์บางคนตั้งคำถามว่าทำไมผู้ค้ายาที่ถูกกล่าวหาเหล่านี้จึงไม่ถูกจับกุม เพื่อนำตัวขึ้นศาลหลังจากเข้าสู่น่านน้ำของสหรัฐฯ
การโจมตีครั้งที่ 2 ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังของกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานพบเห็นเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ของสหรัฐฯ จำนวน 5 ลำ ลงจอดที่เปอร์โตริโก หลังจากรัฐบาลทรัมป์สั่งการให้ส่งเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 10 ลำเข้ามาเสริมกำลังในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีเรือรบสหรัฐฯ อย่างน้อย 7 ลำ และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ 1 ลำอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
ทรัมป์ยังเตือนด้วยว่า เขาจะยังคงมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่รัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่าพยายามลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐฯ และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะโจมตีในเวเนซุเอลา
ด้านประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา กล่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นถือเป็นการรุกรานโดยสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ และยังย้ำด้วยว่าเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ ไม่มีการสื่อสารกันแล้ว ยกเว้นการสื่อสารทั่วไปเพื่ออำนวยสะดวกเรื่องการเดินทางกลับของชาวเวเนซุเอลาจากสหรัฐฯ