ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยระบุว่า ภายในระยะเวลาเพียงเวลา 7 เดือน ตนเองสามารถยุติสงครามได้ 7 สงคราม รวมถึง สงครามระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งไม่เคยมีประธานาธิบดีหรือผู้นำประเทศใดสามารถทำได้มาก่อน
ทรัมป์กล่าวว่า “ในช่วงเวลาเพียง 7 เดือน ผมได้ยุติสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดถึง 7 สงคราม พวกเขาบอกว่าเป็นสงครามที่ไม่มีทางยุติ ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้”
เขาเสริมว่า “บางสงครามยืดเยื้อมานานถึง 31 ปี สองกรณี 31 ปี ลองคิดดูสิครับ 31 ปี อีกสงครามยาวนาน 36 ปี อีกสงคราม 28 ปี แต่ผมก็ยุติได้ 7 สงคราม ซึ่งในทุกกรณีนั้น สงครามกำลังรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน”
ทรัมป์ยังบอกอีกว่า “สงครามเหล่านี้รวมถึง กัมพูชาและไทย โคโซโวและเซอร์เบียร์ คองโกและรวันดา สงครามที่โหดร้ายรุนแรง ปากีสถานกับอินเดีย อิสราเอลและอิหร่าน อียิปต์และเอธิโอเปีย, และอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน”
ประธานาธิบดีทรัมป์ชื่นชมความสำเร็จและผลงานการผลักดันสันติภาพของตัวเองอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านี้ในระหว่างการกล่าวสุนทนพจน์ที่งานเลี้ยงอาหารค่ำของสถาบันอเมริกันคอร์เนอร์สโตนในรัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้นำสหรัฐฯ พูดผิดว่าเป็นคนยุติความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและอาร์เมเนีย
ส่วนประเด็นเรื่องสงครามยูเครน ประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าที โดยระบุว่า เชื่อว่ายูเครนสามารถทวงคืนดินแดนทั้งหมดที่รัสเซียยึดครองไปได้ตั้งแต่กองทัพมอสโกเริ่มเปิดฉากรุกรานประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็ฯทางการ เมื่อปี 2022 หากได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต NATO พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังคงจัดหาอาวุธให้พันธมิตรตะวันตกนำไปใช้คามความจำเป็น
ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์บน “Truth Social ของตัวเองไม่นานหลังจากพบปะกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่าทั้งเคียฟและมอสโกจะต้องยอมเสียดินแดนเพื่อยุติสงคราม”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์รัสเซียว่าทำสงครามอย่างไร้ทิศทาง โดยระบุว่า หากเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งจริง คงใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ พร้อมชี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินและรัสเซีย กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง นี่จึงเป็นเวลาที่ยูเครนต้องลงมือ
ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทรัมป์ยังใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวกับรัสเซีย โดยขู่ใช้มาตรการภาษีที่รุนแรงและทรงพลัง หากมอสโกไม่พร้อมทำข้อตกลงยุติสงคราม พร้อมเรียกร้องให้ยุโรปหยุดซื้อพลังงานจากรัสเซียโดยทันที