จากเหตุอาคารของโรงเรียนอิสลามอัลโคซินี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำในเมืองซิโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย ได้ถล่มลงมา หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียยังคงพยายามค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 3 ราย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันที่ 1 ต.ค. การกู้ภัยต้องเผชิญกับอุปสรรค หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ทำให้เจ้าหน้าที่เกรงว่าซากปรักหักพังจะกดตัวแน่นหนาขึ้น
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอยู่ 91 ราย โดยมีผู้รอดชีวิตราว 100 รายได้รับการอพยพ และอีกหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ หลังจากเหตุการณ์อาคารถล่มลงมาระหว่างที่นักเรียนกำลังละหมาดในช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่ชั้นล่างของอาคาร
เอมี ฟรีเซอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 ทำให้พื้นที่สำหรับผู้สูญหายที่ยังคงติดอยู่ลดลง ส่งผลให้ภารกิจกู้ภัยซับซ้อนขึ้น เนื่องจากพื้นที่สำหรับการหลบภัยแคบลง
“การจะรักษาชีวิตของเป้าหมายไว้ได้ ในขณะที่ยังคงสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้เหมือนเดิมนั้น คงต้องใช้เวลานานขึ้นอีกหน่อย” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้แขนขาของเหยื่อได้รับบาดเจ็บระหว่างการช่วยเหลือ
โมฮัมหมัด ซยาฟี หัวหน้าหน่วยงานค้นหาและกู้ภัย กล่าวว่า “ถ้าในตอนแรกมีพื้นที่ว่างสูง 50 ซม. มันก็จะยุบตัวลงเหลือ 10 ซม. (4 นิ้ว) และเราเกรงว่ามันจะส่งผลกระทบต่อผู้ประสบภัย”
หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของอินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตซูเมเนป ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุถล่มประมาณ 200 กิโลเมตร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายสิบหลัง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำรถขุดและเครนมาที่จุดอาคารถล่มเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายเศษหิน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นานัง ซิกิต ปฏิเสธที่จะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เนื่องจากเกรงว่าอาจทำให้เกิดการพังทลายเป็นวงกว้าง
เรียบเรียงจาก Reuters