ครั้งแรก! สหรัฐฯ หลุด Top 10 พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ดัชนีพาสปอร์ตปี 2025 พบ อันดับพาสปอร์ตสหรัฐฯ อยู่ที่อันดับ 12 นับเป็นครั้งแรกที่พาสปอร์ตสหรัฐฯ ไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกพาสฟอร์ตทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์ (Henley Passport Index) เปิดเผยผลการจัดอันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2025 โดยพบว่า พาสปอร์ตของสหรัฐฯ หล่นลงมาอยู่อันดับที่ 12 เท่ากับมาเลเซีย ส่วนอันดับที่ 1 ยังคงเป็นของสิงคโปร์ อันดับ 2 เป็นของเกาหลีใต้ และอันดับ 3 เป็นของญี่ปุ่น

การจัดทำดัชนีพาสปอร์ตเฮนรีใช้วิธีการจัดอันดับพาสปอร์ตของชาติต่าง ๆ ด้วยการวัดจำนวนประเทศปลายทางที่ผู้ถือพาสปอร์ตของชาตินั้น ๆ สามารถเดินทางเข้าได้เลย โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าก่อน

สหรัฐฯ หลุด Top 10 พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Reuters/Audrey Richardson
พาสปอร์ตสหรัฐอเมริกา

ในปี 2014 พาสปอร์ต ของสหรัฐฯ เคยขึ้นไปรั้งอันดับ 1 มาแล้ว แต่อันดับได้ร่วงลงเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ มา และการจัดอันดับในปีนี้นับว่าสหรัฐฯ ถูกจัดให้อยู่ในลำดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์เริ่มจัดอันดับเมื่อ 20 ปีก่อน

เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนด้านการพักอาศัยและการเป็นพลเมือง วิเคราะห์ว่า การที่อันดับของพาสปอร์ตสหรัฐฯ ลดต่ำลงเรื่อย ๆ เป็นเพราะสหรัฐฯ ขาดสมดุลในเรื่องการอนุญาตให้พลเมืองชาติอื่นเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า

โดยพลเมืองอเมริกันสามารเดินทางเข้าประเทศอื่นโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากถึง 180 ประเทศ แต่มีเพียง 46 ชาติเท่านั้นที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ โดยไม่ต้องขอวีซ่า

ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 77 จากทั้งหมด 199 ประเทศ ในดัชนีความเปิดกว้างของเฮนลีย์

นอกจากนี้ ยังพบว่าอันดับพาสปอร์ตของสหรัฐฯ ในดัชนีเฮนลีย์ยังร่วงลง 2 อันดับ โดยเฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส เปิดเผยว่า เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บราซิลได้กำหนดให้ผู้ถือพาสปอร์ตสหรัฐฯ ต้องยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ เช่นเดียวกับที่ชาวบราซิลต้องขอวีซ่าเข้าสู่สหรัฐฯ ส่วนจีนไมได้บรรจุสหรัฐฯ ในรายชื่อเพิ่มเติมประเทศที่พลเมืองสามารถเดินทางเข้าสู่จีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโดยปาปัวนิวกินีและเมียนมา ยังส่งผลกระทบต่ออันดับของสหรัฐฯ ขณะที่การใช้ระบบอีวีซ่าของโซมาเลียและการตัดสินใจของเวียดนามที่ไม่บรรจุสหรัฐฯ ในรายชื่อประเทศที่พลเมืองสามารถเดินทางเข้าเมืองโดยไม่ต้องขอวีซ่า ล้วนทำให้การอันดับพาสปอร์ตของสหรัฐฯ ร่วงลงไป

อีกปัจจัยที่มีผลก็คือการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมคนเข้าเมืองและการเดินทาง โดยมีนักเรียนต่างชาติและแรงงานข้ามประเทศเป้าหมาย

สหรัฐฯ ยังใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 250 ดอลลาร์ หรือ 8,000 บาท กับผู้ยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศและกำหนดให้บุคคลเหล่านี้ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์

สำหรับสหรัฐฯ นับว่ามีสถานการณ์ความไม่เท่าเทียมในการเข้าเมืองโดยไม่ใช้วีซ่า และการเปิดกว้างที่เลวร้ายที่สุด เป็นรองเพียงแค่ออสเตรเลีย แต่ยังเลวร้ายกว่าแคนาดา นิวซีแลนด์ และ ญี่ปุ่น

ในทางตรงกันข้าม จีนกลับมีอันดับในด้านนี้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยได้ไต่จากอันดับที่ 94 ในปี 2015 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 64 ในปี 2025

นอกจากนี้ จีนยังมีอันดับที่ดีขึ้นในดัชนีความเปิดกว้างของเฮนลีย์ โดยอนุญาตให้พลเมืองจาก 76 ชาติ เข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 30 ประเทศ

เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส ยังระบุว่า รัฐบาลจีนยังทำข้อตกลงใหม่กับหลายชาติในตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และชาติยุโรป สวนทางกับสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ สร้างความขัดแย้งด้านการค้า แต่จีนดำเนินยุทธศาสตร์ที่เปิดกว้าง ทำให้สามารถเพิ่มอิทธิพลไปทั่วโลกได้มากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ