ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ออกมาประกาศว่า รัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบตอร์ปิโดพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า “โพไซดอน” (Poseidon) ซึ่งนักวิเคราะห์ทางทหารระบุว่า อาวุธชนิดนี้สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพื้นที่ชายฝั่ง ด้วยการก่อให้เกิดคลื่นรังสีขนาดมหึมาในมหาสมุทร
ปูตินกล่าวว่า การทดสอบโพไซดอนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นครั้งแรกที่สามารถปล่อยอุปกรณ์นี้จากเรือดำน้ำด้วยเครื่องยิงได้สำเร็จ
โดยในการทดสอบมีการเปิดระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถทำงานได้ตามเวลาที่กำหนด ปูตินบอกว่า ไม่มีอะไรเทียบได้กับอาวุธชนิดนี้และไม่มีอะไรจะสกัดกั้นโพไซดอนได้
ด้านสื่อรัสเซียรายงานว่า โพไซดอนมีความยาว 20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 เมตร และน้ำหนักราว 100 ตัน
เบื้องต้นรายละเอียดเกี่ยวกับโพไซดอนมีอยู่น้อยมาก แต่อาวุธที่ได้รับการตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งท้องทะเลในตำนานกรีกโบราณ เป็นอาวุธที่มีลักษณะผสมระหว่างตอร์ปิโดและโดรนใต้น้ำที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่า โพไซดอนมีระยะปฏิบัติการไกลถึง 10,000 กิโลเมตร และเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาวุธระบุว่า โพไซดอนเป็นอาวุธที่ “ทำลายกฎเกณฑ์เดิมของการป้องปรามนิวเคลียร์” โดยคาดว่าสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์กำลังระเบิด 2 เมกะตัน และขับเคลื่อนด้วยเตาปฏิกรณ์แบบหล่อเย็นด้วยโลหะเหลว
การทดสอบดังกล่าวมีขึ้นช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มความแข็งกร้าวทั้งท่าทีและคำพูดต่อรัสเซียเพื่อกดดันให้ยุติสงครามยูเครน แต่ทางประธานาธิบดีปูตินตอบโต้ด้วยการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทดสอบขีปนาวุธร่อนบูเรเวสต์นิก (Burevestnik) ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ต่อด้วยการซ้อมยิงนิวเคลียร์ ในอีกวันต่อมา
ปูตินยังย้ำว่า การทดสอบบูเรเวสต์นิกและโพไซดอนมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัสเซีย จะไม่ยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันจากชาติตะวันตกต่อประเด็นสงครามในยูเครนด้วย