เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 68 กองทัพกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ที่ออกโดย “พลเอก สรัย ดึก” รองผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา และผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 เนื้อความแสดงความชื่นชมรัฐบาลของไทยและกัมพูชา สำหรับการลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศมาเลเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
พลเอก สรัย ดึก ระบุว่า “พวกเราเหล่าผู้บัญชาการ เจ้าหน้าที่ นายทหารประทวน และพลทหาร ในกองพลสนับสนุนที่ 3 ขอร่วมแสดงความยินดีกับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ”
“ภายใต้การนำของ ฯพณฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้ลงนาม “ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์” ร่วมกับ ฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย และประธานอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทสำคัญของ ฯพณฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้ริเริ่มและอำนวยความสะดวกในกระบวนการเจรจาสันติภาพ จนกระทั่งมีการลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย”
“กองพลสนับสนุนที่ 3 ถือว่า ข้อตกลงข้างต้นเป็นก้าวสำคัญสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทให้กลายเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาร่วมกัน”
“ขณะเดียวกัน กองพลสนับสนุนที่ 3 ขอแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประชาคมโลกในกระบวนการแสวงหาสันติภาพอันทรงคุณค่านี้”
“กองพลสนับสนุนที่ 3 ขอย้ำอีกครั้งว่า สันติภาพเป็นสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์และล้ำค่า เป็นความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของประชาชนทุกคน และเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เราทุกคนจำเป็นต้องร่วมกันปกป้องและธำรงไว้”
“กัมพูชาและไทยเป็นเพื่อนบ้านถาวรที่ต้องร่วมมือกันรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามัคคี และการพัฒนาร่วมกัน บนพื้นฐานของความเคารพและความซาบซึ้งซึ่งกันและกัน ความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยยึดหลักจิตวิญญาณแห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ผ่านการยึดมั่นในวัฒนธรรมการเจรจาทางการทูตและการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ”
“อีกครั้งหนึ่ง พวกเราทุกคน ผู้บัญชาการ เจ้าหน้าที่ นายทหารประทวน และพลทหารของกองพลสนับสนุนที่ 3 ขอปฏิญาณว่า จะปกป้องสันติภาพ ความมั่นคง อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกราชของชาติอย่างมั่นคง ภายใต้การนำอันชาญฉลาดของ ฯพณฯ ฮุน มาเนต เพื่อพัฒนากัมพูชาให้เป็นประเทศที่เข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นต่อไป”
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ พลเอก สรัย ดึก เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า เขาได้เสียชีวิตไปแล้วจากเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อเดือน ก.ค. 68