สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชารายงานว่า ขณะนี้ ทั้งไทยและกัมพูชาได้เริ่มดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ ทำให้มีความหวังในการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับเป็นเชลยศึก
Khmer Times ระบุว่า ที่ประชุมเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ตกลงที่จะเริ่มการถอนกำลังระยะแรกในวันที่ 1 พ.ย. นี้ โดยเริ่มจากเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21
ปฏิบัติการนี้ ซึ่งทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ร่วมกับตัวแทนจากมาเลเซียและฟิลิปปินส์ จะได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพตามแนวชายแดน
กัมพูชาระบุว่า ได้เริ่มดำเนินการตามกระบวนการถอนกำลัง 3 ระยะตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาร่วม หลังจากการลงนามในข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 26 ต.ค.
การถอนกำลัง 3 ระยะนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยระยะที่ 1 เริ่มต้นทันทีหลังจากลงนามข้อตกลงสันติภาพ ระยะที่ 2 จะเริ่มภายใน 3 สัปดาห์ และระยะที่ 3 กำหนดไว้เป็นสัปดาห์ที่ 6 ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนกำลังติดตามกระบวนการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจถึงความโปร่งใสและการปฏิบัติตามข้อตกลง
ปฏิญญาร่วม 9 ประการนี้ ยืนยันถึงพันธสัญญาของทั้งสองประเทศที่มีต่อสันติภาพและความมั่นคง โดยต่อยอดจากข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุ ณ เมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหลีกเลี่ยง “การคุกคามหรือการใช้กำลัง” การแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และอัตลักษณ์แห่งชาติ
Khmer Times รายงานว่า ปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดร่วมตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่า ทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยจะได้รับการปล่อยตัว
ประเด็นที่ 5 ของปฏิญญาร่วมระบุว่า “เมื่อดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับการยุติการสู้รบ นอกจากนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของไทยที่จะส่งเสริมความไว้วางใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไทยขอรับรองว่าจะปล่อยตัวเชลยศึกโดยเร็ว”
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อธิบายว่า ปฏิญญาดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญต่อจากข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะช่วยรักษาความสงบและเสถียรภาพตามแนวชายแดน
เขาย้ำว่า การปฏิบัติตามปฏิญญาเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยกล่าวว่า “ผ่านกลไกทวิภาคี ทั้งสองประเทศได้หารือและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแนวทางข้างหน้าแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเหล่านี้ด้วยความจริงใจและสุจริตใจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน”
ฮุน มาเนต ยังได้ย้ำข้อเรียกร้องของกัมพูชาให้ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวโดยเร็วด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม ตามปฏิญญาร่วม
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า กัมพูชาและไทยต้องทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนทั้งสองประเทศจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลมเกลียว และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน
เรียบเรียงจาก Khmer Times