ดัชนีอาชญากรรมโลกปี 2025 (Global Organised Crime Index 2025) เปิดเผยว่า อาชญากรรมข้ามชาติที่ไม่รุนแรง เช่น การฉ้อโกงทางไซเบอร์ การพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน เป็นภัยคุกคามเงียบที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ดัชนีดังกล่าวพัฒนาโดยโครงการริเริ่มระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (GI-TOC) ประเมินและจัดอันดับประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง 193 ประเทศ เกี่ยวกับอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม และศักยภาพของรัฐในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้
ดัชนีล่าสุดของปี 2025 ระบุว่า ถ้าพิจารณาจากคะแนนอาชญากรรม (Criminality scores) พบว่า “กัมพูชา” ติดในอันดับ Top 20 ประเทศที่มีอาชญากรรมสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ในอันดับที่ 17 จากการแพร่กระจายของเครือข่ายการหลอกลวงทางออนไลน์ข้ามชาติและการผสานรวมของอุตสาหกรรมผิดกฎหมายกับอาชญากรรมอื่น ๆ ยังคงเป็นข้อกังวลสำคัญ
รายงานระบุว่า “กัมพูชากำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและกิจกรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น เหตุการณ์การติดมัลแวร์และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตกำลังเพิ่มสูงขึ้น”
รายงานเสริมว่า “โครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ที่อ่อนแอ ข้อบกพร่องของสถาบัน และความตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ต่ำ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์สูงขึ้น”
สำหรับประเทศไทย มีคะแนนอาชญากรรมอยู่ในอันดับที่ 40
มาร์ค ชอว์ ผู้อำนวยการบริหารของ GI-TOC กล่าวว่า “ดัชนีนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับวัดอาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรัฐต่าง ๆ และระบบระหว่างประเทศ”
ขณะที่ทางกัมพูชาออกมาตอบโต้ผลการจัดอันดับนี้ โดย ทัช โสกา รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ว่า ไม่มีประเทศใดในโลกที่ปราศจากอาชญากรรม บางประเทศยังเผชิญกับภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่ากัมพูชาด้วยซ้ำ
“ในกัมพูชา การเพิ่มขึ้นของดัชนีสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนปฏิบัติการที่เพิ่มขึ้นเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน และการค้ายาเสพติด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของกัมพูชาในการป้องกันและปราบปรามกิจกรรมทางอาญา” ทัช โสกา กล่าว
เขายอมรับว่า การหลอกลวงทางออนไลน์และการฟอกเงินเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ รวมถึงประเทศมหาอำนาจ และย้ำว่ากัมพูชามีนโยบายที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้
“เราได้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างแข็งขันและสร้างความตระหนักรู้ให้กับสาธารณชน เรายังทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง” ทัช โสกา กล่าว
ด้าน อัม แซม อัธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มสิทธิมนุษยชน Licadho กล่าวเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติและระดับภูมิภาค และจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วมกับประเทศต่าง ๆ เช่น เกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า กัมพูชายังคงมีความเสี่ยงต่ออาชญากรรมเหล่านี้ และจำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย ขจัดการทุจริต ขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ และจัดการฝึกอบรมด้านดิจิทัลให้กับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
“กัมพูชาต้องกำหนดกฎหมายและนโยบายที่รับประกันการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองเหยื่ออาชญากรรม การสื่อสารสาธารณะที่โปร่งใส และการดำเนินนโยบายเพื่อความร่วมมือในวงกว้าง” เขากล่าว
เรียบเรียงจาก Khmer Times