จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ที่รัฐบาลไทยประกาศระงับปฏิญญาสันติภาพกับกัมพูชา หลังจากเกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับการสงบศึกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนกลาง
โดยรัฐบาลไทยกล่าวว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งรวมถึงทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 4 นายเมื่อ หนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัสข้อเท้าขวาขาด
โฆษกรัฐบาลไทยกล่าวว่า “กระทรวงการต่างประเทศได้ยื่นประท้วงต่อกัมพูชาแล้ว และหากไม่มีการดำเนินการหรือชี้แจงเพิ่มเติม ไทยจะพิจารณาเพิกถอนปฏิญญาดังกล่าว”
โฆษกกล่าวเสริมว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมระงับข้อตกลงทั้งหมดกับกัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด
ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ และขอให้ไทยหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนในพื้นที่ทุ่นระเบิดเก่า และระบุว่า มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับไทยตามข้อตกลงหยุดยิง
ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยเรียกร้องให้ไทย-กัมพูชารักษาเสถียรภาพและปฏิบัติตามข้อตกลง
สหรัฐฯ ได้ยุติความขัดแย้งที่กินเวลานาน 5 วันระหว่างไทย-กัมพูชาในเดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นการสู้รบที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสองประเทศ หลังจากทรัมป์โทรศัพท์เรียกร้องให้ผู้นำไทยและกัมพูชายุติการสู้รบ มิฉะนั้นอาจมีปัญหาในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
เรียบเรียงจาก Reuters