สื่อกัมพูชาโจมตี "อนุทิน" ลั่นเป็นผู้นำที่หันหลังให้สันติภาพ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สื่อกัมพูชาโจมตี "อนุทิน" ลั่นเป็นผู้นำที่หันหลังให้สันติภาพ - ใช้กระแสชาตินิยมเป็นเกราะกำบัง

สื่อกัมพูชา รายงานข่าวกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ประกาศเลิกปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพ 4 ข้อ และไทยจะกำหนดแนวทางเอง พร้อมโจมตีว่า เป็นผู้นำที่หันหลังให้สันติภาพ ใช้กระแสชาตินิยมเป็นเกราะกำบัง กลบปัญหาในประเทศและคะแนนนิยมที่ลดลง

โดยหนังสือพิมพ์ พนมเปญ โพสต์ ของกัมพูชา เผยแพร่บทความ ซึ่งเขียนโดยนักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ ในกรุงพนมเปญ พาดหัวข่าวระบุว่า เมื่อผู้นำหันหลังให้กับสันติภาพ บทความนี้อ้างอิงคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล บนยอดภูมะเขือ ตามการรายงานของสื่อไทย โดยระบุว่า 

ไทยกัมพูชา รายการเข้มข่าวค่ำ
สื่อกัมพูชาโจมตี "อนุทิน" ผู้นำที่หันหลังให้สันติภาพ

เมื่อผู้นำประเทศประกาศต่อสาธารณชนว่า “สันติภาพสิ้นสุดลงแล้ว” อีกทั้งยังฉีกปฏิญญาร่วม และกล่าวหาประเทศเพื่อนบ้านแบบไม่มีหลักฐาน โลกคงต้องตั้งคำถามแล้วว่า เขาเป็นผู้นำแบบไหน นี่คือพฤติกรรมของรัฐบุรุษ หรือเป็นเพียงการแสดงของนักการเมืองที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า แถลงการณ์ล่าสุดของนายอนุทิน บริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา เป็นการหันหลังให้กับจิตวิญญาณแห่งสันติภาพ ที่อาเซียนพยายามอย่างหนักที่จะรักษาไว้ สุนทรพจน์อันทรงพลังของเขา ท่ามกลางสื่อมวลชนและทหาร ไม่ใช่การแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง แต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่เป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ทั้งสองประเทศตกอยู่ในความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

บทความยังเน้นย้ำด้วยว่า ไทย ไม่ใช่กัมพูชา ที่เป็นฝ่ายละเมิดปฏิญญาร่วม ที่ลงนามร่วมกันในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีผู้นำโลกร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และ นาย อันวาร์ อิบราฮิม ในฐานะประธานอาเซียน อ้างว่ากัมพูชายึดมั่นตามปฏิญญาทุกข้อ ซึ่งรวมถึงการถอนอาวุธหนักและการอำนวยความสะดวกในภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในบริเวณพื้นที่พิพาท ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยกลับเอาแต่โยนความผิด กล่าวหาแบบบิดเบือน และใช้สื่อปลุกปั่นกระแสชาตินิยม

ไทยกัมพูชา ช่างภาพพีพีทีวี
สื่อกัมพูชาโจมตี "อนุทิน" ผู้นำที่หันหลังให้สันติภาพ

คำกล่าวอ้างของนายอนุทิน ว่ากัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิด เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง และไม่สมเหตุสมผล กัมพูชาใช้เวลาหลายทศวรรษในการทำลายทุ่นระเบิดในผืนแผ่นดินของตนเอง ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิตและทรัพย์สิน และคงจะไม่นำอาวุธที่เคยสังหารประชาชนไปหลายหมื่นคนกลับมาวางใหม่

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และย้ำเตือนทุกฝ่ายว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้น ยังมีทุ่นระเบิดที่หลงเหลือจากความขัดแย้งในอดีต เราควรทำความเข้าใจเรื่องนี้ ผ่านข้อเท็จจริง ไม่ใช่วาทกรรมที่ดุเดือดเผ็ดร้อน

การที่นายอนุทินประกาศว่าประเทศไทยจะไม่ยึดมั่นในปฏิญญาทั้ง 4 ข้ออีกต่อไป และจะดำเนินการ โดยไม่ปรึกษาหารือกับใครก่อน สะท้อนถึงการเพิกเฉยต่อบรรทัดฐานระหว่างประเทศและการทูตระดับภูมิภาคอย่างน่ากังวล ถ้อยคำดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการหันหลังให้กับหลักการพื้นฐานของอาเซียน นั่นคือ การเจรจา ความร่วมมือ และการเคารพซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังเผยให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของนายอนุทิน ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยมเป็นเกราะป้องกันจากแรงกดดันทางการเมืองภายใน และความไว้วางใจจากประชาชนที่ลดน้อยลง

บทความนี้ ยังระบุด้วยว่า พื้นที่ชายแดนควรเป็นเขตความร่วมมือ ไม่ใช่เขตเผชิญหน้า และผู้นำควรใช้อำนาจหน้าที่ของตน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ความขัดแย้ง คำประกาศของอนุทินที่ว่า “สันติภาพสิ้นสุดลงแล้ว” ไม่ได้ทำให้สันติภาพสิ้นสุดลง แต่เผยให้เห็นว่า แท้จริงแล้วใครคือผู้ที่ต่อต้านสันติภาพ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ