เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและพรรคร่วมรัฐบาลกำลังพิจารณาแผนการขึ้นภาษีขาออกจากปัจจุบันที่คนละ 1,000 เยน (ราว 210 บาท) เป็นคนละ 3,000 เยน (ราว 630 บาท) หรือมากกว่านั้น เพื่อระดมทุนสำหรับมาตรการรับมือกับปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง
ทั้งนี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในการประชุมปฏิรูประบบภาษีประจำปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. คณะกรรมการวิจัยเพื่อการจัดตั้งประเทศที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ร่างมติเรียกร้องให้เพิ่มภาษีขาออกขึ้นเป็น 3 เท่าเป็น 3,000 เยน ภายในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2027 และจะเพิ่มเป็น 5,000 เยน (ราว 1,050 บาท) สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง หลังจากการปรับปรุงระบบที่จำเป็น
ญี่ปุ่นได้เริ่มใช้ภาษีขาออก หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ในปี 2019 โดยจัดเก็บในอัตราเดียวกันสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปทำงานหรือพักผ่อนในต่างประเทศ โดยทั่วไปจะถูกเพิ่มลงในราคาตั๋วเครื่องบิน
การเพิ่มอัตราภาษีอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวขาออกชาวญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60% ของระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงกำลังพิจารณาแผนการลดค่าธรรมเนียมการออกหนังสือเดินทาง
รายได้จากภาษีขาออกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5.25 หมื่นล้านเยน (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของการท่องเที่ยวขาเข้า รายได้นี้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่น
เนื่องจากการท่องเที่ยวขาเข้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการท่องเที่ยวล้นเกิน เช่น ปัญหาความแออัดและปัญหาความรำคาญ จึงกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง
เนื่องจากภาษีขาออกของญี่ปุ่นยังคงต่ำกว่าระดับสากล จึงเกิดข้อเสนอให้ปรับขึ้นภาษีดังกล่าวขึ้นภายในรัฐบาลและพรรคการเมืองที่มีอำนาจปกครอง
เรียบเรียงจาก Japan Times