เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลบุกจับกุมอดีตประธานาธิบดีบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนาโร เนื่องจากเขาพยายามทำลายกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามตัว โดยเกรงว่าเขาอาจกำลังจะหลบหนี
อดีตประธานาธิบดีสารภาพกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า เขาใช้หัวแร้งบัดกรีงัดกำไลติดตาม โดยอุปกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีรอยไหม้ แต่ยังคงติดอยู่ที่ข้อเท้าของโบลโซนาโร
โบลโซนาโรเพิ่งถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในข้อหาวางแผนก่อรัฐประหาร แต่ได้รับสิทธิชั่วคราวให้กักบริเวณในบ้านแทนการจำคุก โดยถูกกักบริเวณอยู่ในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ มาตั้งแต่เดือน ส.ค.
อเล็กซานเดอร์ เด โมราเอส ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ออกหมายจับเพื่อป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าเขาอาจกำลังจะหลบหนีไปยังสถานทูตต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการรับโทษคดีรัฐประหาร โดยถูกนำตัวไปยังฐานบัญชาการตำรวจสหพันธรัฐ
ทั้งนี้ ก่อนโบลโซนาโรถูกจับ ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนออกมาจัดกิจกรรมประท้วงหน้าที่พักของเขา นำโดย ฟลาวิโอ โบลโซนาโร บุตรชายของโบลโซนาโร ซึ่งประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า “คุณจะต่อสู้เพื่อประเทศชาติ หรือจะดูทุกอย่างบนมือถือขณะนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้าน มาร่วมต่อสู้กับเรา”
โมราเอสกล่าวว่า การประท้วงดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อช่วยให้อดีตประธานาธิบดีหลบหนีไปยังสถานทูตต่างประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น โมราเอสยังกล่าวอีกว่า กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ของโบลโซนาโรถูกงัดเมื่อเวลา 00.08 น. ของวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งบ่งชี้ว่า “นักโทษวางแผนที่จะทำลายเครื่องติดตามข้อเท้าเพื่อให้แน่ใจว่าการหลบหนีของเขาจะสำเร็จ โดยเป็นผลมาจากความสับสนที่เกิดจากการประท้วงที่ลูกชายของเขาเป็นผู้ประกาศ”
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โซสเตเนส คาวาลกันเต หนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของโบลโซนาโร เรียกการจับกุมครั้งนี้ว่า “การข่มเหงทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บราซิล”
ทนายความของโบลโซนาโรแสดงความ “งุนงงอย่างยิ่ง” ต่อการกักขังลูกความของตนในห้องนอนตำรวจขนาด 12 ตารางเมตรที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย และให้คำมั่นว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินที่เขาอ้างว่าจะทำให้ชีวิตของอดีตประธานาธิบดีตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากเขามีสุขภาพที่ “อ่อนแอ”
เรียบเรียงจาก The Guardian