เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรบริษัทเดินเรือ 6 แห่งที่ขนส่งน้ำมันเวเนซุเอลา รวมทั้งเรือน้ำมันดิบ 6 ลำ โดยระบุว่าเรือเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินเรือที่เป็นการตบตาและไม่ปลอดภัย และเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับระบอบก่อการร้ายค้ายาเสพติดของประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร
ขณะที่ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกยึดและเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลานั้นจะถูกนำไปยังท่าเรือในสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลตั้งใจจะยึดน้ำมันในเรือผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ในจำนวนเรือทั้ง 6 ลำนี้ มี 4 ลำ จดทะเบียนและติดธงปานามา ส่วนอีก 2 ลำอยู่ภายใต้ธงหมู่เกาะคุกและฮ่องกง ข้อมูลจากเอกสารการขนส่งภายในของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลาระบุว่า เรือเหล่านี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่เพิ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา
นอกจากนี้ ฟรังกี ฟลอเรส และเอเฟรน อันโตนิโอ กัมโป ฟลอเรส หลานชายของซิเลีย ฟลอเรส สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเวเนซุเอลา ก็ถูกคว่ำบาตรด้วย โดยทั้งคู่ได้รับฉายาว่า “หลานชายจอมค้ายา” หลังถูกจับกุมในเฮติเมื่อปี 2015 ในปฏิบัติการล่อซื้อของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA)
ทั้งสองถูกตัดสินความผิดในปี 2016 จากความพยายามทำข้อตกลงโคเคนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และถูกจำคุก 18 ปี แต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2022 จากการแลกเปลี่ยนตัวผู้ต้องขังระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา
ที่ผ่านมา มาดูโรและรัฐบาลเวเนซุเอลาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม
เดวิด โกลด์วิน อดีตนักการทูตด้านพลังงานของสหรัฐฯ และประธานบริษัทที่ปรึกษาโกลด์วิน โกลบอล สแตรเทจีส์ (Goldwyn Global Strategies) ระบุว่า การคว่ำบาตรเรือทั้ง 6 ลำ อาจเป็นการปูทางสำหรับสหรัฐฯ ในการพยายามยึดเรือเหล่านั้นเพิ่มเติมในอนาคต
ขณะที่ ฟรานซิสโก โมนาลดี แห่งสถาบันเบเกอร์ มหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าวว่า ผลกระทบของการยึดเรือและมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการบังคับใช้ของสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินหน้าแผนการที่จะโค่นล้มมาดูโร
โดยเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ ได้ยึดเรือน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรลำหนึ่งนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา
การยึดเรือเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ยึดน้ำมันเวเนซุเอลาภายใต้มาตรการคว่ำบาตรที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2019 และเป็นการดำเนินการครั้งแรกต่อเรือที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา นับตั้งแต่ทรัมป์สั่งเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาค
รัฐบาลเวเนซุเอลากล่าวหาสหรัฐฯ ว่ากระทำการปล้นสะดมทางทะเลแบบโจ่งแจ้ง ไม่ต่างจากโจรสลัด พร้อมระบุว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการยึดน้ำมันเวเนซุเอลาโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนใดๆ
ด้านประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมในกรุงการากัส เนื่องในการครบ 166 ปีของยุทธการซานตาอิเนสเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดนโยบายแทรกแซงเวเนซุเอลา รวมถึงประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน