เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่มกองกำลังอาระกัน รัฐยะไข่ของเมียนมา รวมถึงผู้ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรม และพยานในพื้นที่ รายงานว่า กองทัพเมียนมาได้โจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลประจำเมืองมรัคอู รัฐยะไข่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 ราย
คายน์ ทู คา (Khine Thu Kha) โฆษกกองกำลังอาระกัน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าว ส่งผลให้โรงพยาบาลถูกทำลายทั้งหมด และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูง เนื่องจากอาคารถูกโจมตีโดยตรง ขณะที่กองทัพเมียนมาไม่มีการตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนแต่อย่างใด
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่ยืดเยือตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อปี 2021 โค่นรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ทำให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงเผชิญความรุนแรงต่อเนื่อง
โรงพยาบาลมะรัคอู ซึ่งมีความจุ 300 เตียง เต็มไปด้วยผู้ป่วยขณะเกิดเหตุ เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งในรัฐยะไข่หยุดให้บริการเพราะการสู้รบ ไว ฮุน ออง ผู้ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรม ระบุว่า ผู้ป่วยที่รอดชีวิตถูกอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว
เมื่อเข้าสู่ช่วงเช้าวันที่ 11 ธันวาคม ภาพจากพื้นที่เผยให้เห็นอาคารที่พังทลาย หลังคาถล่ม เสาและคานแตกหัก และมีศพผู้เสียชีวิตเกลื่อนพื้น โดยชาวเมืองมะรัคอูรายหนึ่งวัย 23 ปี เล่าว่า ตนรีบไปยังโรงพยาบาลหลังได้ยินเสียงระเบิดเมื่อคืนวันพุธ เมื่อไปถึง อาคารกำลังลุกไหม้ และมีร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้บาดเจ็บนอนอยู่ทั่วพื้นที่
ทั้งนี้ กองทัพเมียนมา ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายเดียวของประเทศ ที่มีศักยภาพด้านการโจมตีทางอากาศ เพิ่มการใช้ปฏิบัติการทางอากาศในหลายพื้นที่ ข้อมูลจาก Armed Conflict Location & Event Data Project ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปลายพฤศจิกายนปีนี้ มีการโจมตีทางอากาศ 2,165 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 1,716 ครั้ง ตลอดทั้งปี 2024
หลังข้อตกลงหยุดยิงล่มในปี 2023 กองกำลังอาระกันได้ร่วมกับกลุ่มต่อต้านอื่น ๆ โจมตีหลายแนวรบ และผลักดันกองทัพเมียนมาออกจาก 14 ใน 17 ตำบลของรัฐยะไข่ คิดเป็นพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศเบลเยียม ตามการประเมินของสถาบัน ISEAS – Yusof Ishak Institute
มะรัคอูอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังอาระกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และไม่มีการปะทะในช่วงที่ผ่านมา โฆษกของกลุ่มระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีการสู้รบ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสูงเป็นพิเศษ
ที่มา: Reuters