เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. สหรัฐฯ เสนอในการประชุมที่กรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมนีเพื่อหาทางยุติสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย ให้มีการจัดตั้งกองกำลังผสมนานาชาติเพื่อทำหน้าที่ปกป้องยูเครน เป็นส่วนหนึ่งของร่างข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย
โดยผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และอีก 8 ประเทศยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ที่ระบุว่าทหารจากกองกำลังผสม "Coalition of the Willing" ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จะทำหน้าที่ทั้งการฟื้นฟูกองทัพยูเครน ปกป้องท้องฟ้าและน่านน้ำ ซึ่งจะรวมถึงการใช้ปฏิบัติการภายในแผ่นดินยูเครนด้วย
ผู้นำยุโรปและสหรัฐฯ ระบุว่าข้อเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการใหม่ในการสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครนที่อาจนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ชาติพันธมิตระวันตกยอมรับว่า ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นสถานะของดินแดนยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย
ภายใต้ข้อเสนอฉบับนี้ ยูเครนจะได้รับความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกในการรักษาจำนวนทหารกองประจำการให้อยู่ที่ระดับ 800,000 นายต่อไป โดยมีสหรัฐฯ รับบทแกนนำในกลไกการตรวจสอบการหยุดยิงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการแจ้งเตือนภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนประเทศยุโรปจะลงนามข้อตกลงที่มีผลผูกพันตามกฎหมายในการสร้างสันติภาพและความมั่นคง หากยูเครนถูกโจมตีอีกในอนาคต
นอกจากนี้ ยุโรปจะสนับสนุนให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปด้วย
หากสัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง ยูเครนจะได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงในลักษณะเดียวกับบทบัญญัติมาตรา 5 ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ที่คุ้มครองชาติพันธมิตรทุกประเทศจากการโจมตีโดยประเทศอื่น
ขณะเดียวกัน เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า ผู้นำชาติยุโรปมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าข้อเสนอยกดินแดนบางส่วนให้แก่รัสเซียควรเป็นการตัดสินใจของชาวยูเครนเองและควรเกิดขึ้นเมื่อยูเครนได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงแล้ว
ขณะทีมเจรจาของสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อฝ่ายยูเครนในวงพูดคุยเมื่อวันจันทร์ว่าทหารยูเครนต้องถอนกำลังออกไปจากภาคตะวันออกของโดเนตสก์หากมีข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย