เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 69 ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต กล่าวว่า ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ และดีที่อินโดนีเซียสามารถผลิตข้าวเลี้ยงประชาชนของตนเองได้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว
ในช่วงที่ผ่านมา อินโดนีเซียกำลังพยายามพึ่งพาตนเองในด้านการจัดหาอาหาร โดยเริ่มจากข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน
ปราโบโวกล่าวว่า อินโดนีเซียเคยซื้อข้าวจากไทยและกัมพูชา อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียสามารถหยุดการนำเข้าข้าวได้ในปี 2568 ทันเวลาพอดี เนื่องจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสองประเทศในอาเซียนยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
“ลองนึกภาพดูว่าถ้าเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองด้านข้าวได้ท่ามกลางสงครามที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง และตอนนี้ ผู้จัดหาข้าวรายเก่าของเราอย่างกัมพูชาและไทยก็ทำสงครามกันอยู่เสมอ พวกเขาจะเจรจาหยุดยิง มันจะสงบสุขไปสักพัก จนกว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง” ปราโบโวกล่าว
เขาเสริมว่า “การพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศที่มีความขัดแย้งนั้นจะปลอดภัยสำหรับเราหรือ?” โดยยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน โดยกล่าวว่าอินโดนีเซียต้องจัดหาอาหารเกษตรบางส่วนจากอินเดีย
ปราโบโวยังกล่าวถึงกรณีที่อินโดนีเซียไม่สามารถนำเข้าอาหารได้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 “ทั้ง ๆ ที่มีเงินเพียงพอ”
ผู้นำอินโดนีเซียบอกอีกว่า “การนำเข้ายังหมายถึงการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ”
ปราโบโวบอกว่า ความสามารถของอินโดนีเซียในการไม่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศเลยในปี 2568 หมายความว่ารัฐบาลบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าที่ตั้งไว้ถึง 3 ปี โดยมีปริมาณข้าวสำรองในคลังของประเทศสูงถึง 3 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเคยมีปริมาณสูงสุดเพียง 2 ล้านตันในสมัยของอดีตผู้นำซูฮาร์โต
ปราโบโวยังผลักดันให้มีการพึ่งพาตนเองในด้านมันสำปะหลัง ข้าวโพด และโปรตีน
สำนักงานสถิติกลางอินโดนีเซีย (BPS) รายงานว่า อินโดนีเซียไม่ได้นำเข้าข้าวคุณภาพปานกลางเลยในปี 2568 ณ เดือน ต.ค. อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการนำเข้าข้าวคุณภาพสูงจากต่างประเทศและข้าวชนิดพิเศษอื่น ๆ เช่น ข้าวบาสมาติ
ข้อมูลจาก BPS แสดงให้เห็นว่า ไทยเป็นผู้จัดหาข้าวรายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย โดยมีปริมาณเกือบ 1.4 ล้านตันในปี 2567
ในปี 2567 รัฐบาลอินโดนีเซียได้เปิดเผยแผนการนำเข้าข้าวจากกัมพูชา 22,500 ตันเพื่อรักษาระดับซัพพลาย ส่วนการนำเข้าข้าวจากอินเดียก็ยังคงมีปริมาณมากในปีนั้นที่ 246,587 ตัน
ความเห็นของปราโบโวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ไทยกล่าวหากัมพูชาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 และทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการปะทะรอบ 3
เรียบเรียงจาก Jakarta Globe