วันที่ 26 ม.ค. เกิดเหตุเรือเฟอร์รีที่กำลังบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 350 คน จมลงใกล้เกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือผู้โดยสารได้แล้วอย่างน้อย 316 คน และกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 15 ราย
เรือ M/V Trisha Kerstin 3 ซึ่งเป็นเรือเฟอร์รีขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างเกาะ กำลังแล่นไปยังเกาะโจโล ทางตอนใต้ของจังหวัดซูลู จากเมืองท่าซัมโบอังกา พร้อมผู้โดยสาร 332 คน และลูกเรือ 27 คน ก่อนจะเกิดปัญหาทางเทคนิคและจมลงในเวลาหลังเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น
ผู้บัญชาการยามฝั่งฟิลิปปินส์ โรเมล ดูอา บอกว่า ขณะเกิดเหตุสภาพอากาศดี จุดที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากหมู่บ้านบาลุก-บาลุก ในจังหวัดบาซิแลน ประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมากถูกนำตัวไปในตอนแรก
“มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของยามฝั่งอยู่บนเรือ และเขาเป็นคนแรกที่โทรแจ้งและขอให้ส่งเรือกู้ภัยออกไป” ดูอากล่าวเสริม โดยเจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต
ดูอากล่าวว่า เรือยามฝั่งและเรือของกองทัพเรือ พร้อมด้วยเครื่องบินตรวจการณ์ เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพอากาศ และเรือประมงจำนวนมาก กำลังปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยนอกชายฝั่งบาซิแลน
หน่วยยามฝั่งกล่าวว่า ผู้โดยสาร 316 คนได้รับการช่วยเหลือ และพบศพอย่างน้อย 15 ศพ
ดูอากล่าวว่า สาเหตุของการจมของเรือเฟอร์รี่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนในขณะนี้ และจะมีการสอบสวน โดยเสริมว่า หน่วยยามฝั่งได้ตรวจสอบเรือเฟอร์รีก่อนออกจากท่าเรือซัมโบอังกา และไม่มีสัญญาณของการบรรทุกเกินพิกัด
อุบัติเหตุทางทะเลเกิดขึ้นบ่อยครั้งในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เนื่องจากพายุที่เกิดขึ้นบ่อย เรือที่บำรุงรักษาไม่ดี การบรรทุกผู้โดยสารเกินพิกัด และการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในจังหวัดห่างไกล
เรียบเรียงจาก Associated Press