มิคาเอล ฟรานเซน ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดโครงการ “กริพเพน” (Gripen) ของ “ซาบ” (Saab) บริษัทผู้ผลิตอาวุธชั้นนำของสวีเดน เปิดเผยว่า บริษัทต้องการที่จะผลิตเครื่องบินรบรุ่นนี้ให้ได้ 36 ลำต่อปี
ฟรานเซนแสดงความมั่นใจว่า บริษัทจะสามารถผลิตเครื่องบินรบกริพเพนได้เกินตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวได้เมื่อพิจารณาจากยอดจองที่เติบโตขึ้นและข้อเสนอซื้อที่ได้รับในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เครื่องบินขับไล่กริพเพนจำนวนมากที่เตรียมส่งมอบในอนาคตจะถูกผลิตจากโรงงานนอกสวีเดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของซาบ
เมื่อเดือน พ.ค. 2023 ซาบได้เปิดใช้โรงงานผลิตเครื่องบินกริพเพนในรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตอากาศยานท้องถิ่น "เอ็มบราเออร์" (Embraer)
โดยคาดว่าโรงงานดังกล่าวจะสามารถส่งมอบเครื่องบินกริพเพนล็อตแรกให้กองทัพบราซิลภายในไตรมาสแรกปีนี้
ขณะที่คำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากไทย โคลอมเบีย และสวีเดน ช่วยให้ซาบรู้สึกมั่นใจในการแข่งขันเพื่อเสนอขายกริพเพนให้กับอีกหลายประเทศที่แสดงความสนใจทั้งยูเครน โปรตุเกส และฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ยังมีแคนาดาที่อาจกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของกริพเพน เนื่องจากรัฐบาลแคนาดากำลังทบทวนแผนการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ จำนวน 88 ลำ แม้รับปากไปแล้วว่าจะซื้อรุ่น 35-A จำนวน 16 ลำ
ขณะเดียวกัน ซาบได้เผยแพร่รายงานผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยพบว่า บริษัทได้รับยอดจองคำสั่งซื้อในภาพรวมเป็นมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านโครนาสวีเดน หรือ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมียอดสั่งซื้ออยู่ที่เพียง 1.76 หมื่นล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
สถิติดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันซาบมีงานในมือที่รอส่งมอบมูลค่าสูงถึง 2.745 แสนล้านโครนาสวีเดน หรือ 9.6 แสนล้านบาท
แถลงการณ์ของซาบระบุว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจำนวนคำสั่งซื้อเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ยังคงอยู่ในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง จากการที่มีความตึงเครียดเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก
สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความสำคัญของความพร้อมรบ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ของยุทโธผกรณ์ด้านการป้องกันและการป้องปราม
ส่วนยอดสั่งซื้อรวมทั้งปี 2025 ของซาบประจำปีอยู่ที่ 1.685 แสนล้านโครนาสวีเดน หรือเกือบ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 74% จากปีก่อน ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 7.91 หมื่นล้านโครนาสวีเดนหรือ ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท จาก 6.38 หมื่นล้านโครนาสวีเดน หรือ 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2024