เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนเปิดเผยสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กองทัพกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสัปดาห์ต่ออิหร่าน หากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้เปิดฉากโจมตีจริง ซึ่งอาจกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ที่รุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้
การเปิดเผยข้อมูลนี้มีขึ้นหลังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์ ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง พร้อมด้วยทหารอีกหลายพันนาย
นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องบินรบ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธและอาวุธยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถโจมตีและสกัดกั้นการโจมตีได้
เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์ ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหม่ที่สุดของสหรัฐฯ และใหญ่ที่สุดในโลก จะเข้าสมทบกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคแล้วก่อนหน้านี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า โอมานจะเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่นครเจนีวาในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลวอชิงตันในการกดดันให้เตหะรานบรรลุข้อตกลงเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านหารือทางอ้อมกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นำโดย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ในโอมาน เมื่อวันที่ 6 ก.พ. มาแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
หลังการหารือครั้งนั้น ทรัมป์เตือนว่า หากเตหะรานล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลวอชิงตัน จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์เลวร้ายอย่างยิ่งที่จะตามมา พร้อมระบุว่า การเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่านจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้
ที่ผ่านมา ทรัมป์ออกโรงข่มขู่อย่างต่อเนื่องว่า จะใช้กำลังเพื่อบีบให้อิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านระบุว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเตือนว่า การโจมตีใด ๆ อาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งในภูมิภาคอีกครั้ง
รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า ภายใต้ข้อตกลงใด ๆ อิหร่าน จะต้องไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่เตหะรานยืนยันว่าจะไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว และย้ำว่าโครงการนิวเคลียร์ของประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ แม้ก่อนสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอล - อิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้วนั้น เตหะรานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมถึงระดับความบริสุทธิ์ที่ 60% แล้ว ซึ่งถือว่าเหลืออีกเพียงขั้นตอนทางเทคนิคสั้น ๆ ก็จะถึงระดับที่ใช้ผลิตอาวุธได้ก็ตาม