ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน แถลงผ่านวิดีโอที่เผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์แห่งชาติวันนี้ (7 มี.ค.) ว่า สภาผู้นำชั่วคราวได้มีมติและออกคำสั่งไปยังกองทัพเมื่อวานนี้ ว่า นับจากนี้ จะไม่มีการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป เว้นแต่จะมีการโจมตีมาจากประเทศเหล่านั้น
นายเปเซชเคียนยังกล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยระบุว่า อิหร่านไม่มีเจตนาที่จะรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับเรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างสันติภาพและความสงบสุข
"ผมขออภัยเป็นการส่วนตัวต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของอิหร่าน บรรดาผู้บัญชาการ ผู้นำ และบุคคลอันเป็นที่รักของเราต้องสูญเสียชีวิตจากความก้าวร้าวอันโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้น และกองทัพของเราคือวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของเรา...
...เราไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงละเมิดประเทศเพื่อนบ้าน อย่างที่ผมได้กล่าวไว้หลายครั้งว่า พวกเขาคือพี่น้องของเรา เรายืนหยัดเคียงข้างผู้ที่เรารักในภูมิภาคนี้ เราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสันติภาพและความสงบสุข และผมหวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้ รวมถึงการตัดสินใจของสภาผู้นำชั่วคราวเมื่อวานนี้ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ โดยเราได้แจ้งการตัดสินใจนี้ไปยังกองทัพแล้วว่า นับจากนี้ไปพวกเขาไม่ควรโจมตีประเทศเพื่อนบ้านหรือยิงขีปนาวุธ เว้นแต่ประเทศเหล่านั้นจะเป็นฝ่ายโจมตีเราก่อน ผมคิดว่าเราควรแก้ไขเรื่องนี้ผ่านวิถีทางการทูต และหลีกเลี่ยงข้อพิพาทหรือความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน"
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนว่า ผู้ที่คิดจะฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้เพื่อโมตีอิหร่าน ต้องไม่ตกเป็นหุ่นเชิดของลัทธิจักรวรรดินิยม พร้อมระบุว่า การสนับสนุนอิสราเอลหรือสหรัฐฯ นั้นไม่ใช่เส้นทางที่มีเกียรติและเสรีภาพ
"ความมีเกียรตินั้นไม่อาจสร้างขึ้นได้จากการคบหาพวกที่ไว้ใจไม่ได้ พวกคนโกหก และพวกที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่น หากเรามีความขัดแย้งกัน การหันหน้ามานั่งคุยและแก้ไขปัญหาอย่างสันติย่อมดีกว่า แต่อย่าได้ยอมตกเป็นของเล่นของอิสราเอลและอเมริกาเลย"
นอกจากนี้ เปเซชเคียนยังปฏิเสธข้อเรียกร้องของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่ให้อิหร่านยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข โดยระบุว่าเป็น “ความฝันที่สหรัฐฯ ควรเอาลงหลุมไปด้วย”
ทั้งนี้ ยังคงไม่แน่ชัดว่าการประกาศของเปเซชเคียนจะได้รับการตอบสนองจากบรรดาผู้บัญชาการทหารของอิหร่านหรือไม่ เนื่องจากโดยธรรมเนียมแล้ว กองทัพจะรับคำสั่งโดยตรงจากผู้นำสูงสุดเท่านั้น
ซึ่งปัจจุบัน อิหร่านยังไม่มีผู้นำสูงสุดนับตั้งแต่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในวันแรกของสงคราม
อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังแถลงการณ์ของประธานาธิบดีอิหร่านจบลง ก็มีรายงานว่าสนามบินดูไบยังถูกโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน ขณะที่กาตาร์เองก็รายงานว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธอิหร่านเช่นกัน