โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาระบุผ่าน Truth Social โดยประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า อิหร่านจะถูก "ถล่มอย่างหนัก" ในวันที่ 8 มี.ค. หลังเขาพิจารณาการขยายขอบเขตการโจมตีอย่างจริงจัง ไปยังกลุ่มบุคคล พื้นที่โจมตี และเป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็งเอาไว้แล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ สหรัฐฯ ยังไม่เคยมีการโจมตีเป้าหมายเหล่านี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เป้าหมายใหม่ในอิหร่านที่เขาจะสั่งให้ถล่มอย่างหนักนี้ เป็นใคร ที่ไหน และอย่างไร
ทรัมป์ยังระบุอย่างแข็งกร้าวอีกว่า การที่อิหร่านกำลังถูกถล่มอย่างไม่ได้ผุดได้เกิดไปถึงนรก และออกมาประกาศขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง หลังจากที่อิหร่านทำการโจมตี เท่ากับว่า อิหร่านนั้นยอมแพ้ อิหร่านไม่ใช่พวกคนเกเรในตะวันออกกลางอีกต่อไป แต่กลายเป็น "ผู้แพ้" แห่งตะวันออกกลาง
IRGC เผย อิหร่านใช้กำลังรบเพียง 60% โจมตีสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดเผยว่า อิหร่านใช้กำลังรบประมาณ 60% ของศักยภาพการโจมตีทั้งหมด เพื่อมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ขณะที่อีก 40% มุ่งโจมตีเป้าหมายของอิสราเอล
อาลี โมฮัมหมัด นาเอนี โฆษก IRGC กล่าวผ่านโทรทัศน์ว่า ศักยภาพการโจมตีของอิหร่าน ทั้งขีปนาวุธและปฏิบัติการโดรน ถูกใช้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเป็นหลัก
นาเอนี ระบุว่า อิหร่านมองว่าสหรัฐฯ เป็นศัตรูหลักในสงครามครั้งนี้ จึงให้ความสำคัญเป็นเป้าหมายอันดับแรก พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ ได้ตั้งฐานทัพในภูมิภาคนี้มานานกว่า 70 ปี
นอกจากนี้ นาเอนี ยังอ้างว่า อิหร่านสามารถยิงสกัดโดรนที่มุ่งหน้าเข้ามาได้ 80 ลำ ซึ่งรวมถึงโดรนสหรัฐฯ รุ่น MQ-9 Reaper จำนวน 3 ลำ และโดรนอิสราเอลอีก 74 ลำ
โฆษก IRGC ยืนยันว่า คลังอาวุธของอิหร่านยังคงพร้อมสำหรับสงครามขนาดใหญ่และยืดเยื้อ โดยประกอบด้วย ขีปนาวุธหนัก ขีปนาวุธพิสัยไกล ขีปนาวุธร่อน โดรนหลากหลายชนิด และเรือจู่โจม พร้อมระบุว่า อิหร่านถือว่าฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยชอบธรรม
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า ประเทศของตนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากกระสุนและโดรนของอิหร่านที่ถูกยิงไปยังรัฐอาหรับ โดยตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับ ขีปนาวุธพิสัยไกลมากกว่า 230 ลูก และโดรนมากกว่า 1,400 ลำ
เลบานอนสูญแล้วเกือบ 400 ชีวิต หลังอิสราเอลโจมตี
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า รากัน นัสเรดดีน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 394 คน ในประเทศ นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีเป้าหมายภายในเลบานอนในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวมีเด็ก 83 คน และผู้หญิง 42 คน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 1,130 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยในจำนวนนี้เป็น เด็ก 254 คน และผู้หญิง 274 คน
ด้านอิสราเอลระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อกำจัดกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และมีฐานกำลังสำคัญในตอนใต้ของเลบานอน
ขณะเดียวกัน ฮานีน ซายิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเลบานอน เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนภายในประเทศมากกว่า 450,000 คน ที่ได้รับการลงทะเบียนว่าเป็นผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบ
สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามแนวชายแดนระหว่างอิสราเอลและเลบานอน การโจมตีทางอากาศยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่
เหตุโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านเสี่ยงเกิด "ฝนกรด"
สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน (Iranian Red Crescent Society หรือ IRCS) องค์กรมนุษยธรรมหลักของประเทศอิหร่าน เตือนประชาชนในกรุงเตหะราน ให้ระวังมลพิษทางอากาศและความเสี่ยงจาก "ฝนกรด" หลังเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังเก็บน้ำมันในเมืองหลวงจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อช่วงดึกวันที่ 7 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นอิหร่าน
IRCS ระบุว่า การโจมตีทางอากาศทำให้เกิดไฟไหม้ที่คลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่ง ส่งผลให้ควันดำหนาทึบปกคลุมกรุงเตหะรานในเช้าวันอาทิตย์ และบดบังแสงอาทิตย์เหนือเมือง
พร้อมกันนี้ ยังออกคำแนะนำด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน โดยขอให้หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ และไม่ออกนอกอาคารทันทีหลังฝนตก เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าฝนอาจปนเปื้อนสารพิษจากควันที่เกิดจากไฟไหม้น้ำมัน
IRCS ยังแนะนำให้ประชาชนปกป้องอาหารที่อยู่กลางแจ้ง และกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยกำจัดเขม่าน้ำมันที่อาจเผลอสูดดมเข้าไป ขณะที่ผู้ว่าการกรุงเตหะรานยังแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่อออกนอกอาคาร เพื่อป้องกันการสูดดมมลพิษ
ปธน. อิหร่าน ลั่น ไม่ยอมก้มหัวง่าย ๆ พร้อมตอบโต้ทุกครั้งหากถูกโจมตี
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า หากอิหร่านถูกโจมตี ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้กลับ “เมื่อเราถูกโจมตี เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตอบสนอง ยิ่งมีแรงกดดันต่อเราเท่าไร การตอบโต้ของเราก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นตามธรรมชาติ”
ผู้นำอิหร่านยังระบุว่า ประเทศของเขาไม่เคยยอมจำนนต่อการกดขี่ การกลั่นแกล้ง หรือการรุกราน และจะยังคงยืนหยัดเช่นเดิม “อิหร่านของเรา ประเทศของเรา จะไม่ก้มหัวต่อการกลั่นแกล้ง การกดขี่ หรือการรุกราน และไม่เคยทำเช่นนั้นมาก่อน” เปเซชเคียนกล่าว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอิหร่านได้ออกมาขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุโจมตีในพื้นที่ของกลุ่มประเทศดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ ก่อนที่ต่อมา เปเซชเคียนชี้แจงว่า ถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของเขาถูกอีกฝ่ายตีความผิด เพื่อพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
อิสราเอลขู่ไล่ล่าผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านทุกคน
กองทัพอิสราเอลได้ออกคำขู่ครั้งใหม่ต่อผู้นำอิหร่าน โดยระบุว่า จะไล่ล่าผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดทุกคน
ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเป็นภาษาเปอร์เซีย กองทัพอิสราเอลขู่ด้วยว่า จะไล่ล่าทุกคนที่พยายามแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง โดยหมายถึงสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบในการเลือกผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลาม
กองทัพอิสราเอลระบุว่า "หลังจากการกำจัดทรราชคาเมเนอี ระบอบก่อการร้ายอิหร่านกำลังพยายามรวมกลุ่มและเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ เราขอเน้นย้ำว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงไล่ล่าผู้สืบทอดตำแหน่งและทุกคนที่พยายามแต่งตั้งเขา"
กองทัพอิสราเอลเตือนผู้ที่เข้าร่วมในการประชุมเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งว่า "เราจะไม่ลังเลที่จะโจมตีพวกคุณเช่นกัน ถือว่าพวกคุณได้รับคำเตือนแล้ว"
อิหร่านเหมือนจะเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร
อยาตอลเลาะห์ โมฮัมหมัด-มาห์ดี มิรบาเกรี สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่าน กล่าวเป็นนัยว่า อาจมีการตัดสินใจแล้วว่า ใครจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนต่อไปของประเทศต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ
ในวิดีโอที่สำนักข่าวฟาร์สเผยแพร่ทางเทเลแกรม มิรบาเกรีกล่าวว่า “ความพยายามอย่างมากในการกำหนดผู้นำได้เกิดขึ้นแล้ว” และ “ความเห็นที่เด็ดขาดและเป็นเอกฉันท์ได้ข้อสรุปแล้ว”
ในการสัมภาษณ์แยกต่างหากกับสำนักข่าวฟาร์ส ฮุจจาโตเลสลาม จาฟารี ผู้แทนในสภาผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เขาหวังว่า “ประชาชนชาวอิหร่านทุกคนจะพึงพอใจโดยเร็วที่สุด”
เขาเสริมว่า “ความล่าช้าในการเลือกผู้นำคนที่ 3 นั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคน และไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นเราไม่ควรคิดร้ายต่อผู้แทนของเราในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”
ตามรัฐธรรมนูญของอิหร่าน สภาผู้เชี่ยวชาญซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่หลังจากที่คาเมเนอีถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐฯ ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
อิสราเอลอ้างโจมตีเครื่องบินรบ F-14 ของอิหร่าน
กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค. กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเครื่องบินขับไล่ F-14 ของอิหร่านจำนวนหนึ่งที่สนามบินอิสฟาฮาน
นอกจากนี้ กองทัพอากาศอิสราเอลยังได้โจมตีระบบตรวจจับและระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านด้วย
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า “จะยังคงโจมตีระบบทั้งหมดของระบอบการปกครองก่อการร้ายอิหร่านทั่วประเทศอิหร่าน และจะขยายอำนาจเหนือกว่าทางอากาศ”
อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลไม่ได้ระบุว่าเครื่องบินรบถูกทำลายหรือไม่
ประธานาธิบดียูเออีออกมาพูดครั้งแรก หลังถูกอิหร่านโจมตี
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้ออกมากล่าวถึงสงครามที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลางเป็นครั้งแรก ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ด้วยโดรนและขีปนาวุธ
“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีผิวหนังที่หนาและเนื้อที่ขม เราไม่ใช่เหยื่อที่จะเคี้ยวได้ง่าย ๆ” ชีคโมฮัมเหม็ดกล่าวในความเห็นที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อาบูดาบี ขณะเยี่ยมผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บในโรงพยาบาล
เขากล่าวเสริมว่า ยูเออีอยู่ใน “ช่วงเวลาแห่งสงคราม” แต่จะ “แข็งแกร่งขึ้น”
ขณะเดียวกัน ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ชีคโมฮัมเหม็ดกล่าวว่า ยูเออี ซึ่งเผชิญกับการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบ พร้อมที่จะเผชิญกับ “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงและพลเมือง”
อิหร่านโจมตีโรงงานน้ำจืดบาห์เรน
วันที่ 8 มี.ค. กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนแถลงว่า การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านทำให้โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในบาห์เรนได้รับความเสียหาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลบนเกาะเกชอมทางตอนใต้ของอิหร่าน
อิหร่านยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อแถลงการณ์ของบาห์เรน
ประเทศส่วนใหญ่ในแถบอ่าวเปอร์เซียพึ่งพาน้ำจืดจากน้ำทะเลเป็นอย่างมากสำหรับการบริโภคของประชาชน
ลือสหรัฐฯ-อิสราเอลหารือส่งหนน่วยพิเศษบุกยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน
เว็บไซต์ข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอลได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการส่งหน่วยรบพิเศษไปยึดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน
รายงานของ Axios ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าปฏิบัติการนี้จะเกี่ยวข้องกับกองกำลังอเมริกัน อิสราเอล หรือกองกำลังร่วม และเสริมว่า ภารกิจนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นใน "เฟสท้าย" ของการโจมตี หลังจากที่ทั้งสองประเทศพิจารณาแล้วว่า กองทัพอิหร่านไม่สามารถป้องกันตนเองได้อีกต่อไป
มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับชะตากรรมของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% ของอิหร่านที่มีน้ำหนักมากกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งทีมตรวจสอบจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2025
ตามรายงานล่าสุดของ IAEA ที่เผยแพร่ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเริ่มสงคราม อิหร่านกำลังเสริมสมรรถนะยูเรเนียมสูงถึง 60% ซึ่งใกล้เคียงกับความบริสุทธิ์ระดับที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้
อิหร่านอ้างจับทหารอเมริกันเป็นเชลยศึก
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. อาลี ลาริจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน อ้างว่าอิหร่านจับกุมทหารสหรัฐฯ ได้ และบอกว่าสหรัฐฯ กำลังปกปิดการจับกุมดังกล่าว
“มีรายงานมาถึงผมว่าทหารอเมริกันหลายคนถูกจับเป็นเชลย แต่ชาวอเมริกันอ้างว่าพวกเขาเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติการ แม้จะพยายามอย่างไร้ผล แต่ความจริงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถปกปิดได้นานนัก” ลาริจานีระบุ
อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
กัปตันทิม ฮอว์กินส์ แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวตอบโต้ว่า “ระบอบอิหร่านกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อเผยแพร่คำโกหกและหลอกลวง นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน”
ด้านโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้กล่าวปฏิเสธเช่นเดียวกับฮอว์กินส์ในแถลงการณ์ต่อสื่อ
โฆษกกล่าวว่า “คำกล่าวอ้างของระบอบอิหร่านที่ว่าจับกุมทหารอเมริกันได้นั้น เป็นเพียงอีกตัวอย่างหนึ่งของการโกหกและการหลอกลวงของพวกเขา”
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ขู่ “หากคุณฆ่าชาวอเมริกัน เราจะฆ่าคุณ”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ได้ออกคำขู่ครั้งใหม่ ระบุว่า “หากคุณฆ่าชาวอเมริกัน หากคุณคุกคามชาวอเมริกันที่ใดก็ตามบนโลก เราจะตามล่าคุณโดยไม่ขอโทษและไม่ลังเล และเราจะฆ่าคุณ”
คลิปวิดีโอความยาว 21 วินาทีที่แนบมาพร้อมกับคำขู่ยังแสดงภาพของยานพาหนะและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งระเบิดและทำลายโดยกองกำลังสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่คูเวตเสียชีวิต
กระทรวงมหาดไทยคูเวตรายงานว่า พันโท อับดุลลาห์ อิมัด อัล-ชาร์ราห์ และ ร้อยเอก ฟาห์ด อับดุลอาซิซ อัล-มาจมูด เสียชีวิต “ขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ”
แถลงการณ์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของพวกเขา
การเสียชีวิตของทั้งสองคนนี้เป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งล่าสุดในคูเวต นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สัปดาห์ที่แล้วมีทหารเสียชีวิต 2 นายและเด็กอีก 1 คน
ทูตอิหร่านเตือนอังกฤษ
เซเยด อาลี มูซาวี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน ได้เตือนอังกฤษให้ "ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง" ในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามตะวันออกกลาง
มูซาวีกล่าวว่า ประเทศของเขาจะมี “สิทธิในการป้องกันตนเอง” หากอังกฤษเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านโดยตรง
เขาเตือนว่า อิหร่านคาดหวังว่ารัฐบาลอังกฤษและประเทศอื่น ๆ “จะต้องมีความละเอียดอ่อนและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง” ในการกระทำของพวกเขา
อังกฤษได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษสำหรับการโจมตีป้องกันตนเองต่อฐานทัพของอิหร่าน แต่ไม่ได้เข้าร่วมในการโจมตีโดยตรงใด ๆ
เอกอัครราชทูตอิหร่านกล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่อังกฤษไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรุกรานครั้งนี้ และเสริมว่า เขาเชื่อว่ารัฐบาลอังกฤษได้เรียนรู้บทเรียนจากการรุกรานอิรักในปี 2003 แล้ว
กองทัพอิหร่านลั่น สู้ได้อีกอ่างน้อย 6 เดือน
เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า อิหร่านสามารถทำสงครามขนาดและขอบเขตเช่นนี้ได้อีก “อย่างน้อย” 6 เดือน
สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เชื่อมโยงกับหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม เผยแพร่แถลงการณ์ โฆษกของหน่วย อาลี โมฮัมหมัด ไนนิ กล่าวว่า “กองทัพของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสามารถทำสงครามอย่างเข้มข้นต่อไปได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน ด้วยอัตราการปฏิบัติการในปัจจุบัน”
คำกล่าวนี้ ถือเป็นการประเมินที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเขาอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าปฏิบัติการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากต่ออิหร่านนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก
อิหร่านประณามการโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืด
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ประณามสหรัฐฯ โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล
อารักชีกล่าวว่า “สหรัฐฯ ได้ก่ออาชญากรรมที่โจ่งแจ้งและสิ้นหวังด้วยการโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งใหม่บนเกาะเกชอม แหล่งน้ำสำหรับ 30 หมู่บ้านได้รับผลกระทบ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเป็นการกระทำที่อันตรายและมีผลกระทบร้ายแรง สหรัฐฯ เป็นผู้สร้างแบบอย่างนี้ ไม่ใช่อิหร่าน”
สำนักงานประกันสังคมคูเวตถูกโดรนอิหร่านถล่ม
วันที่ 8 มี.ค. สำนักข่าวคูเวต (Kuwait News Agency) รายงานว่า อาคารราชการแห่งหนึ่งในคูเวตถูกโจมตีด้วยโดรน
โดยสำนักงานใหญ่ของสถาบันประกันสังคมแห่งชาติได้รับความเสียหายอย่างหนัก สำนักข่าวคูเวตรายงานว่า อาคารดังกล่าวสูงประมาณ 22 ชั้น ตั้งอยู่ในย่านอัลซูร์ (Al Soor) ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยหรูหราในใจกลางเมืองคูเวต อยู่ติดกับโรงแรมโฟร์ซีซันส์ (Four Seasons Hotel Kuwait) และอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าและตลาดสด
ผู้อำนวยการรักษาการของสถาบันกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนถูกอพยพออกจากอาคาร และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ โดยเสริมว่าข้อมูลทั้งหมดได้รับการเก็บรักษาไว้แล้ว
นอกจากนี้ คลังน้ำมันเชื้อเพลิง 2 แห่งที่สนามบินนานาชาติคูเวตก็ถูกโจมตีด้วยโดรนเช่นกัน ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังแห่งหนึ่ง สำนักข่าวคูเวตรายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติ (PACA)
หน่วยดับเพลิงคูเวตกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟที่อาคารราชการและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยังคงต่อสู้กับฝูงโดรนข้าศึกที่รุกล้ำน่านฟ้าของประเทศ กองทัพรายงานว่า สิ่งปลูกสร้างของพลเรือนบางแห่งได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดและเศษซากที่ตกลงมา
อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน
เมื่อช่วงดึกวันที่ 7 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นอิหร่าน สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวในเครือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รายงานว่า คลังน้ำมันแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงเตหะรานถูกโจมตี
การโจมตีทำให้เกิดเปลวไฟและควันหนาทึบพวยพุ่งเหนือโรงกลั่นน้ำมันชาห์รานในกรุงเตหะราน
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ได้โจมตีคลังน้ำมันในกรุงเตหะรานเมื่อเย็นวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งเป็นแหล่งจ่ายน้ำมันให้กับผู้บริโภคหลายราย รวมถึงหน่วยงานทางทหารในอิหร่าน
“นี่เป็นการโจมตีครั้งสำคัญที่ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของระบอบการปกครองก่อการร้ายอิหร่าน” กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) กล่าวในแถลงการณ์
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งอ้างโดยสำนักข่าวท้องถิ่น ระบุว่า คลังน้ำมันเชื้อเพลิงถูกโจมตีใน 3 พื้นที่เมื่อวันที่ 7 มี.ค. รวมถึงที่เมืองคาราจ ในจังหวัดอัลบอร์ซ ทางตะวันตกของกรุงเตหะราน
คลังน้ำมันหลายแห่งในจังหวัดเตหะรานและอัลบอร์ซถูกโจมตี แถลงการณ์ระบุว่าการจัดส่งเชื้อเพลิงไปยังทั้งสองจังหวัดกำลังดำเนินการ “จากแหล่งอื่น ๆ”
“ทรัมป์” ไม่อยากให้ชาวเคิร์ดร่วมรบ
ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า "เราไม่ได้ต้องการให้ชาวเคิร์ดเข้าไปรบ"
เขากล่าวว่า "เราไม่ต้องการทำให้สงครามซับซ้อนไปกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ผมไม่อยากเห็นชาวเคิร์ดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดี พวกเขายินดีที่จะเข้าไป แต่ผมบอกพวกเขาไปแล้วว่าผมไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าไป"
เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีบอกกับพวกเขาเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่าเขา "สนับสนุนอย่างเต็มที่" สำหรับการโจมตีของนักรบชาวเคิร์ดอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวปฏิเสธรายงานที่ว่าทรัมป์กำลังพิจารณาที่จะติดอาวุธให้ชาวเคิร์ด ซึ่งหลายคนได้รับการฝึกฝนจากกองกำลังสหรัฐฯ ในอดีตเพื่อต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในอิรัก
บีบีซีได้พูดคุยกับกลุ่มฝ่ายค้านชาวเคิร์ดอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ในภาคเหนือของอิรักเกี่ยวกับแผนการของพวกเขาที่จะข้ามพรมแดน พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่านักรบของพวกเขาได้ทำเช่นนั้น
ฮานา ยาซดานปานา จากพรรคเสรีภาพแห่งเคิร์ด (PAK) ซึ่งอ้างว่ามีกองกำลังติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุด กล่าวว่า ได้ขอให้สหรัฐฯ กำหนดเขตห้ามบินเพื่อปกป้องนักรบชาวเคิร์ดหลายครั้งแล้ว
“ทรัมป์” เชื่อ เหตุโจมตีโรงเรียนอิหร่านเป็นฝีมืออิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกนักข่าวถามบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเกี่ยวกับการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 165 คน
ทรัมป์ถูกถามว่าสหรัฐฯ รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนใกล้ฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่ ในความเห็นของผม จากสิ่งที่ผมเห็น นั่นเป็นการกระทำของอิหร่าน”
จากนั้นนักข่าวถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีต เฮสเกธ ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ เขาตอบว่า “เรากำลังตรวจสอบอยู่ แต่ฝ่ายเดียวที่โจมตีพลเรือนคืออิหร่าน”
ทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่า “เราคิดว่าเป็นการกระทำของอิหร่าน พวกเขามีความแม่นยำต่ำมากอย่างที่คุณรู้ เกี่ยวกับกระสุนของพวกเขา พวกเขาไม่มีความแม่นยำเลย มันเป็นการกระทำของอิหร่าน”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า "สหรัฐฯ จะไม่จงใจโจมตีโรงเรียน" โดยกล่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ "ไม่มีแรงจูงใจที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน"
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนทางทหารของสหรัฐฯ เชื่อว่า กองกำลังสหรัฐฯ น่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในอิหร่าน
โรงเรียนดังกล่าวถูกโจมตีในเมืองมินาบ ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ทำการโจมตีอย่างกว้างขวางโดยมีเป้าหมายเป็นฐานทัพและผู้นำทางทหารของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี อิสราเอลกล่าวว่าตน "ไม่ทราบ" เกี่ยวกับปฏิบัติการใด ๆ ของกองทัพอิสราเอลในพื้นที่ แต่บอกว่ากำลังตรวจสอบเหตุการณ์นี้อยู่
จวกอังกฤษ รอเข้าร่วมสงครามหลังสหรัฐฯ ชนะแล้ว
ทรัมป์ยังออกมากล่าวเหน็บแนม เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผ่าน Truth Social ว่า อังกฤษเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และใกล้ชิดที่สุดในบรรดาชาติพันธมิตร ที่พิจารณาอย่างจริงจังในการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำมายังตะวันออกกลางในที่สุด ซึ่งมันก็โอเคสำหรับนายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ แต่พวกเราไม่ต้องการมันอีกต่อไป และจงจำไว้ด้วยว่า เราไม่ต้องการให้คนอื่น เข้ามาร่วมสงครามที่เรา "ชนะ" ไปเรียบร้อยแล้ว
ทรัมป์บอกว่า “อังกฤษ อดีตพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ของเรา อาจจะเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำไปยังตะวันออกกลาง ไม่เป็นไรครับ นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ เราไม่ต้องการพวกเขาอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะจำไว้ เราไม่ต้องการคนที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่เราชนะแล้ว!”
การวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อังกฤษกล่าวว่าจะอนุญาตให้กองกำลังสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในแฟร์ฟอร์ด กลอสเตอร์เชอร์ และดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อ “วัตถุประสงค์ในการป้องกันที่เฉพาะเจาะจงและจำกัด” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธการอนุญาตของสหรัฐฯ
คำแถลงของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกระทรวงกลาโหมของอังกฤษประกาศว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ 4 ลำได้ลงจอดที่ฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศอังกฤษในวันที่ 6 แลั 7 มี.ค. ที่ผ่านมาและได้เริ่ม “ใช้ฐานทัพอังกฤษ” เพื่อปฏิบัติการ “ป้องกันไม่ให้อิหร่านยิงขีปนาวุธเข้ามาในภูมิภาค ซึ่งกำลังทำให้ชีวิตของชาวอังกฤษตกอยู่ในความเสี่ยง”
คำแถลงนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่อังกฤษกล่าวว่า พวกเขากำลังเตรียมเรือบรรทุกเครื่องบินสำหรับการส่งไปประจำการในตะวันออกกลางท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน
โฆษกกระทรวงกลาโหมของอังกฤษกล่าวว่า “เรือ HMS Prince of Wales อยู่ในสถานะพร้อมรบสูงเสมอ และเรากำลังเพิ่มความพร้อมของเรือบรรทุกเครื่องบิน ลดระยะเวลาที่จะใช้ในการออกเดินทางเพื่อการส่งไปประจำการใด ๆ”
ชาติตะวันออกกลางพร้อมโต้กลับ
ด้านความเคลื่อนไหวของประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านที่ออกมาแสดงจุดยืนแข็งกร้าว หลังถูกอิหร่านทำการโจมตี โดยตุรกีออกมาเตือนอิหร่าน ส่วนแหล่งข่าวของซาอุดิอาระเบียชี้ว่า ซาอุดีอาระเบียพร้อมโต้กลับอิหร่าน หากมีการโจมตีซาอุดีอาระเบียรอบใหม่
มาเริ่มกันที่ตุรกี ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ออกมาเตือนอิหร่านในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อ ไม่ให้มีการยิงขีปนาวุธเข้ามาในตุรกีอีก ภายหลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโตที่ตั้งอยู่ในตุรกี สามารถทำลายขีปนาวุธของอิหร่านที่พุ่งเข้ามาในน่านฟ้าของตุรกีเมื่อหลายวันก่อน
ฟิดานยังได้ระบุต่ออีกว่า ตุรกีจะไม่สนับสนุนสถานการณ์ใด ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างสงครามกลางเมืองในอิหร่าน บนพื้นฐานความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ หรือศาสนา หรือแม้แต่ สถานการณ์ที่จะนำมาสู่การเกิดคลื่นผู้อพยพ
ทางฟิดานยังเปิดเผยต่ออีกว่า เขาได้ทำการพูดคุยทางโทรศัพท์ต่อ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มันมีตัวบ่งชี้หรือข่าวลือว่า สหรัฐฯ ได้ทำการเคลื่อนกำลังของชาวเคิร์ดไปสู้รบกับอิหร่าน ซึ่งไม่เป็นความจริง สหรัฐฯ ไม่ได้ทำสิ่งนั้น แต่หากเป็นความตั้งใจของอิสราเอลในประเด็นดังกล่าวก็ไม่น่าจะเป็นความลับ
ในส่วนของซาอุดีอาระเบียนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ออกมาชี้ว่า ซาอุดีอาระเบียได้บอกทางเตหะรานไปว่า ทางซาอุดีอาระเบีย ต้องการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ด้วยวิธีทางการทูตเท่านั้น และหากอิหร่านโจมตีแผ่นดินซาอุดีอาระเบีย และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่อไปอีก ทางริยาดจะทำการตอบโต้กลับอิหร่านแน่นอน
ข้อความจากแหล่งข่าวของซาอุดีอาระเบียนั้น ถูกเปิดเผยต่อรอยเตอร์ก่อนที่ มาซูด เปเซซเกียน ประธานาธิบดีอิหร่าน จะออกมาขอโทษประเทศเพื่อนบ้านรอบอ่าวเปอร์เซียที่ถูกอิหร่านโจมตี และดูเหมือนว่า อิหร่านพยายามลดความโกรธแค้นของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคต่อการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือน
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อ 2 วันก่อนหน้า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล-ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ทำการพูดคุยกับ อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อแสดงจุดยืนของซาอุดีอาระเบียที่ชัดเจนต่อการโจมตีของอิหร่าน ซึ่งทางแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าชายไฟซาลกล่าวว่า หากอิหร่านโจมตีซาอุดีอาระเบียอีก ทางซาอุดีอาระเบียจะอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของซาอุดีอาระเบียในการปฏิบัติการทางทหาร
อิสราเอลถล่มคลังน้ำมันหลายแห่งในอิหร่าน
กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลหรือไอดีเอฟ (IDF) ยืนยันว่า กองทัพโจมตีคลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่งในกรุงเตหะรานของอิหร่าน เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันเสาร์ ส่งผลทำให้เกิดไฟไหม้ เปลวเพลิงขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นไปบนอากาศเห็นได้จากระยะไกล โดยระบุว่า เป็นการโจมตีครั้งสำคัญต่อคลังเก็บเชื้อเพลิงที่อ้างว่ารัฐบาลเตหะรานใช้โดยตรงและเป็นประจำเพื่อดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร
การโจมตีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลให้คำมั่นว่ายังมีเซอร์ไพร์สที่รออยู่อีกมากในช่วงต่อไปของความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหรือไม่ แต่ถือเป็นครั้งแรกที่โรงงานอุตสาหกรรมของพลเรือนตกเป็นเป้าหมายในสงคราม ขณะที่สื่อแห่งรัฐอิหร่านกล่าวโทษว่าเป็นการโจมตีจากสหรัฐฯ และระบอบไซออนนิสต์ที่โรงงานซึ่งจัดหาน้ำมันให้กับกรุงเตหะรานและจังหวัดใกล้เคียงทางตอนเหนือของประเทศ
ในวันเดียวกัน อิหร่านยังขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล มีรายงานเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในหลายเมือง รวมถึง เยรูซาเล็มและเทลอาวีพ
ด้านหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้ออกมาประณามอิหร่านที่ระบุว่าจะไม่โจมตีเพื่อนบ้าน หลังยังมีรายงานการถูกโจมตีจากเตหะราน โดยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า สามารถสกัดกั้นและทำลายโดรนที่ยิงมาจากอิหร่านได้ 8 ลำ ด้านกาตาร์ เปิดเผยว่า ล็อกเป้าขีปนาวุธและขีปนาวุธนำวิถีที่ยิงมาจากอิหร่านได้ 12 ลูกและประกาศว่า กองทัพมีขีดความสามารถและพร้อมที่จะปกป้องปกป้องอธิปไตยของประเทศและตอบโต้ภัยคุกคามจากภายนอกทุกรูปแบบ
คูเวตประกาศเหตุสุดวิสัยและลดการผลิตน้ำมัน
สงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 นอกจาก จะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ยังก่อให้เกิดความเป็นกังวลในด้านเศรษฐกิจและพลังงาน
ล่าสุด บริษัท Kuwait Petroleum Corporation (KPC) บริษัทน้ำมันของคูเวตประกาศเริ่มลดการผลิตน้ำมันตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. และประกาศ เหตุสุดวิสัย (Force Majeure) เพิ่มเติมจากการลดการผลิตน้ำมัน และก๊าซก่อนหน้านี้ของอิรักและกาตาร์ หลังสงครามในตะวันออกลาง ทำให้การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางหยุดชะงัก
การประกาศเหตุสุดวิสัยดังกล่าวเกิดจากภัยคุกคามโดยตรงจากอิหร่านต่อความปลอดภัยของเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีคูเวตอย่างต่อเนื่อง และ การขาดแคลนเรือขนส่งน้ำมันในอ่าวอาหรับอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม บริษัทน้ำมันแห่งชาติของคูเวต ไม่ได้ระบุว่าจะลดการผลิตลงมากเพียงใด โดยคูเวตผลิตน้ำมันดิบ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
สงครามครั้งนี้ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ถูกปิด โดยเป็นเส้นทางของการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์องโลก
ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ซาอุดีอาระเบีย อาจต้องลดการผลิตน้ำมันในไม่ช้า หากพื้นที่เก็บน้ำมันสำรองเต็มและไม่สามารถส่งออกได้
อังกฤษส่ง “ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน” ไปตะวันออกกลางเพิ่ม
เครื่องบินขับไล่ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน (Eurofighter Typhoon) ของกองทัพอากาศอังกฤษ ออกเดินทางจากฐานทัพอากาศโคนิงส์บี (Coningsby) แคว้นลินคอล์นเชียร์ ของอังกฤษ มุ่งหน้าสู่กาตาร์ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่า จะส่งเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ไปยังตะวันออกกลางเพิ่มอีก 4 ลำ ในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั่วภูมิภาค
ผู้นำอังกฤษระบุว่า เครื่องบินเหล่านี้จะเข้าไปสมทบกับฝูงบินของอังกฤษที่ประจำการอยู่ในกาตาร์อยู่ก่อนแล้ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับปฏิบัติการป้องกันของอังกฤษในภูมิภาค
การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความขัดแย้งที่ลุกลามรอบ ๆ อิหร่าน
ทั้งนี้ เครื่องบิน Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษลำหนึ่งสามารถสกัดโดรนพลีชีพของอิหร่านใกล้ประเทศกาตาร์ได้หนึ่งลำ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา
อิสราเอลกล่าวหาอิหร่านใช้ “คลัสเตอร์บอมบ์”
อิสราเอลกล่าวหาอิหร่านว่าใช้ "คลัสเตอร์บอมบ์" หรือระเบิดลูกปราย หลายครั้ง นับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม
นาดาฟ โชชานี โฆษกของกองทัพอิสราเอล แถลงว่า อิหร่านกำลังใช้ระเบิดลูกปราย โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่า อาวุธดังกล่าวถูกยิงเมื่อใดหรือที่ใด พร้อมเสริมว่า อิหร่านใช้คลัสเตอร์บอมบ์ด้วยกันหลายครั้ง ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงคราม หากถูกใช้โจมตีพลเรือนและอิสราเอลกำลังติดตามสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด
ระเบิดลูกปรายจะระเบิดกลางอากาศและกระจายลูกระเบิดขนาดเล็กจำนวนมากออกไปทั่วบริเวณ บางลูกไม่ระเบิดออกเมื่อกระทบพื้นผิวและอาจก่อให้เกิดอันตรายจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะในเด็ก
คลิปวิดีโอจากสื่อต่างชาติหลายสำนัก รวมถึง AFP แสดงให้เห็นวัตุคล้ายลูกไฟจำนวนมากตกลงมาบนท้องฟ้ายามกลางคืนเหนือพื้นที่ทางตอนกลางของอิสราเอล
กองทัพอิสราเอล ระบุว่า วิดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ามีการใช้ระเบิดลูกปรายจริง
ด้าน เอเตียน มาร์คูซ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์จากมูลนิธิเพื่อการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นระเบิดลูกปรายที่ติดตั้งมากับขีปนาวุธพิสัยกลาง ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นของอิหร่าน
รับร่าง 6 ทหารอเมริกัน
ประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมด้วย เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1, เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เดินทางเข้าร่วมในพิธีเคลื่อนย้ายศพทหารบก 6 นายที่เสียชีวิตในคูเวต ณ ฐานทัพอากาศโดเวอร์ในรัฐเดลาแวร์ สถานที่รับศพของทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในต่างแดนกลับมาตุภูมิ
ทหารที่เสียชีวิตทั้ง 6 นายสังกัดกองบัญชาการสนับสนุนที่ 103 ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเดส โมอินส์ในรัฐไอโอวา ประกอบด้วย
- พันตรีเจฟฟรีย์ อาร์. โอ'ไบรอัน (Major Jeffery R. O'Brien)
- ร้อยเอก โคดี้ เอ. คอร์ก (Capt. Cody A. Khork)
- นายทหารสัญญาบัตรระดับเชี่ยวชาญพิเศษ 3 โรเบิร์ต เอ็ม. มาร์ซาน (Chief Warrant Officer 3 Robert M. Marzan)
- จ่าสิบเอกนิโคล เอ็ม. อามอร์ (Sgt. 1st Class Nicole M. Amor)
- จ่าสิบเอก โนอาห์ แอล. เทียตเจนส์ (Noah L.Tietjens)
- สิบเอกเดแคลน เจ. โคดี้ (Sgt. Declan J. Coady)
ทหารทั้ง 6 นาย เสียชีวิตจากเหตุโดรนพุ่งชนฐานทัพสหรัฐฯ ในท่าเรือชูไอบา ประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
การร่วมพิธีเคลื่อนศพทหารถือเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ขณะที่ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน โดยระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเลือกประธานาธิบดีให้กับอิหร่านที่จะไม่พาประเทศเข้าสู่สงคราม เพราะสหรัฐฯ ไม่ต้องการต้องกลับมาที่นี่อีกทุก ๆ 5 ปี
ต่อคำถามที่ว่า การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขหมายถึงอะไร ทรัมป์ตอบว่า คือสถานการณ์ที่อิหร่านไม่สามารถสู้รบได้อีกต่อไป ก่อนเสริมว่าหากอิหร่านยอมจำนน หรือแม้ไม่มีใครเหลือให้ยอมจำนน แต่กองทัพถูกทำให้ไร้ขีดความความสามารถทางทหาร
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยเงื่อนไขสำหรับการส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian