เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางใส่ฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษที่ดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 3,810 กิโลเมตร แต่ไม่มีลูกใดตกใส่ฐานทัพ
ดิเอโก การ์เซีย ซึ่งเป็นสนามบินสำคัญสำหรับฝูงบินทิ้งระเบิดหนักของสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศที่สำคัญของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน สำหรับปฏิบัติการที่อยู่ห่างไกลจากประเทศตัวเอง
ดิเอโก การ์เซีย เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะชาโกส ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างจากมอริเชียสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่า 1,609 กิโลเมตร โดยอังกฤษเข้ายึดครองหมู่เกาะเหล่านี้พร้อมกับมอริเชียสในปี 1814 หลังจากการพ่ายแพ้ของนโปเลียน
มอริเชียสได้รับเอกราชในปี 1968 แต่หมู่เกาะชาโกสยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ
เพื่อยับยั้งอิทธิพลทางทหารของโซเวียตในภูมิภาค สหรัฐฯ และอังกฤษจึงสร้างฐานทัพขนาดใหญ่บนเกาะดิเอโก การ์เซียในปี 1971
เกาะแห่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการเปิดฉากการรุกรานอิรัก 2 ครั้ง เป็นจุดลงจอดที่สำคัญสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ปฏิบัติภารกิจทั่วเอเชีย และมีความเกี่ยวข้องกับความพยายามในการส่งตัวผู้ต้องหาของสหรัฐฯ
เมื่อต้นปีนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ตำหนิอังกฤษว่า “โง่เขลา” สำหรับแผนการที่จะมอบกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะชาโกสให้แก่มอริเชียส
ภายใต้เงื่อนไขของสนธิสัญญา อังกฤษจะมอบอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชาโกสทั้งหมดให้แก่มอริเชียส แต่อังกฤษจะจ่ายเงินให้มอริเชียสปีละ 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.47 พันล้านบาท) สำหรับสัญญาเช่าฐานทัพทหารที่ดิเอโก การ์เซียเป็นเวลา 99 ปี ซึ่งหมายความว่าอังกฤษและสหรัฐฯ ยังคงสามารถใช้สถานที่แห่งนี้ได้
เรียบเรียงจาก CNN