เมื่อวันที่ 20 มี.ค. รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของประเทศในการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือเดินสมุทรในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้ประชุมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน
แถลงการณ์จากรัฐบาลอังกฤษระบุด้วยว่า คณะรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ข้อตกลงที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการป้องกันตนเองร่วมกันของภูมิภาค ครอบคลุมถึงปฏิบัติการเชิงป้องกันของสหรัฐฯ เพื่อลดทอนประสิทธิภาพของฐานยิงขีปนาวุธและขีดความสามารถที่ใช้ในการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม อังกฤษจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการโจมตีใด ๆ และหลักการเบื้องหลังแนวทางของอังกฤษต่อความขัดแย้งยังคงเหมือนเดิม
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังก่อนหน้านี้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ปฏิเสธคำร้องขอของสหรัฐฯ ในการใช้ฐานทัพอังกฤษเพื่อโจมตีอิหร่าน แต่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพในปฏิบัติการป้องกันตนเองเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าปฏิบัติการทางทหารใด ๆ มีความชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ได้เปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีพันธมิตรอังกฤษทั่วตะวันออกกลาง
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยหลังทราบข่าวการตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษที่ไฟเขียวให้ใช้ฐานทัพ โดยระบุว่า เป็นการตอบสนองที่ล่าช้ามาก และมองว่าควรจะดำเนินการเร็วกว่านี้ เพราะทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นพันธมิตรอันดับ 1 ของสหรัฐฯ แต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ด้วยการโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตัวเองเพื่อรุกรานอิหร่านนั้น ทำให้ชีวิตของพลเรือนตกอยู่ในอันตราย พร้อมเสริมว่า อิหร่านจะใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง
ทั้งนี้ ฐานทัพอังกฤษที่คาดว่าสหรัฐฯ จะใช้งาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด (RAF Fairford) ในกลอสเตอร์เชียร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และฐานทัพอากาศดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) ในมหาสมุทรอินเดีย