สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังเตรียมที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้กำลัง ซึ่งจะทำให้ยูเออีเป็นประเทศแรกในอ่าวเปอร์เซียที่กลายเป็นคู่สงครามกับอิหร่านโดยตรง
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยูเออีกำลังล็อบบี้ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติอนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าว ขณะที่นักการทูตของยูเออีได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และมหาอำนาจทางทหารในยุโรปและเอเชียจัดตั้งพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบโดยใช้กำลัง
เจ้าหน้าที่ของยูเออีกล่าวเสริมว่า ระบอบอิหร่านคิดว่าตนกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และเต็มใจที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกพังทลายลงไปด้วยการปิดกั้นช่องแคบ
เจ้าหน้าที่ของยูเออีกล่าวว่า รัฐบสลกำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงวิธีการที่จะมีบทบาททางทหารในการรักษาความปลอดภัยของช่องแคบ รวมถึงความพยายามที่จะช่วยกวาดล้างทุ่นระเบิดและบริการสนับสนุนอื่น ๆ
ยูเออียังกล่าวอีกว่า สหรัฐฯ ควรเข้ายึดครองเกาะต่าง ๆ ในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ รวมถึงเกาะอาบู มูซา ซึ่งอิหร่านยึดครองมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และยูเออีพยายามอ้างสิทธิ์ในเกาะนี้มาตลอด
เจ้าหน้าที่อาหรับเสริมว่า ซาอุดีอาระเบียและรัฐในอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ เองกำลังหันมาต่อต้านระบอบการปกครองของอิหร่าน และต้องการให้สงครามดำเนินต่อไปจนกว่าจะอ่อนแอลงหรือถูกโค่นล้ม แม้ว่าพวกเขายังไม่ได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมก็ตาม
บาห์เรน พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังสนับสนุนมติของสหประชาชาติ โดยคาดว่าจะมีการลงคะแนนในวันที่ 2 เม.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับยูเออี การมีส่วนร่วมในการเปิดช่องแคบนั้นมีความเสี่ยง การวางตัวเป็นคู่สงครามกับอิหร่านอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดที่ยืดเยื้อไปแม้สงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว
การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านต่อยูเออีได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงขีปนาวุธ ขีปนาวุธร่อน และโดรนเกือบ 50 ลูกเฉพาะในวันที่ 31 มี.ค. เตหะรานเตือนว่าจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนที่สำคัญของรัฐในอ่าวเปอร์เซียใด ๆ ที่สนับสนุนปฏิบัติการยึดครองดินแดนของตน และได้ชี้เป้าไปที่ยูเออีโดยเฉพาะ
เจ้าหน้าที่ของยูเออีกล่าวว่า ขณะนี้จุดยืนของประเทศได้เปลี่ยนไปแล้ว ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. ยูเออีเคยมองอิหร่านเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ยากลำบากและมีเหตุผลในการวางตัวทางการเมือง แต่การปะทุของสงครามเผยให้เห็นระบอบการปกครองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพยายามสร้างความตื่นตระหนกด้วยการโจมตีโรงแรมและสนามบินในดูไบ
การโจมตีของอิหร่านส่งผลให้การจราจรทางอากาศและการท่องเที่ยวของยูเออีลดลง ทำลายตลาดอสังหาริมทรัพย์ และนำไปสู่การพักงานและการเลิกจ้างจำนวนมาก นอกจากนี้ยังท้าทายจุดขายพื้นฐานของประเทศ นั่นคือการเป็นโอเอซิสแห่งสันติภาพในภูมิภาคที่วุ่นวาย
ยูเออีได้ตอบโต้บางส่วนด้วยมาตรการทางการเงินที่เข้มงวด ประกาศบนสายการบินเอมิเรตส์ของดูไบระบุว่า พลเมืองอิหร่านไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าหรือผ่านประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ตามมาหลังจากที่รัฐบาลสั่งปิดโรงพยาบาลอิหร่านและสโมสรอิหร่านดูไบ
ท่าทีใหม่ของยูเออีเห็นได้ชัดเจนที่สุดในความพยายามที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออกพลังงาน ธุรกิจการขนส่ง และอาหาร เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยูเออีเชื่อว่าประเทศในเอเชียและยุโรปที่ลังเลอยู่ในขณะนี้จะช่วยเปิดช่องแคบหากได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
เจ้าหน้าที่เสริมว่า รัสเซียและจีนอาจใช้สิทธิวีโต้มติ และฝรั่งเศสกำลังเสนอร่างมติฉบับที่แตกต่างออกไป แม้ว่ามติจะล้มเหลว ยูเออีก็ยังคงพร้อมที่จะเข้าร่วมในความพยายามทำสงคราม
เรียบเรียงจาก Wall Street Journal