เมื่อวันที่ 13 พ.ค. สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู อ้างในแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียว่า เนทันยาฮูได้พบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ชีค โมฮาเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ระหว่าง “การเยือนลับ” ในช่วงที่อิสราเอลกำลังโจมตีอิหร่าน โดยไม่ได้เปิดเผยวันที่แน่ชัด
สำนักงานชื่นชมว่า ความเคลื่อนไหวเป็น “ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์” ในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ความคืบหน้านี้เกิดขึ้นในขณะที่ความร่วมมือระหว่างอิสราเอลและรัฐในอ่าวเปอร์เซียดูเหมือนจะขยายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ต่อมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปฏิเสธว่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูไม่ได้เดินทางไปเยือน
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวของรัฐ WAM สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับอิสราเอลนั้นเปิดเผยและได้รับการสถาปนาขึ้นภายใต้กรอบของข้อตกลงอับราฮัมที่เป็นที่รู้จักและประกาศต่อสาธารณะ ความสัมพันธ์เหล่านี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนความลับหรือข้อตกลงลับ”
แถลงการณ์ระบุว่า “ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างใด ๆ เกี่ยวกับการเยือนหรือการเตรียมการที่ไม่เปิดเผยจึงไม่มีมูลความจริง เว้นแต่จะออกโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”
ข่าวนี้เกิดขึ้นหลัง ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล กล่าวเมื่อสัปดาห์นี้ว่า อิสราเอลได้ส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศไอรอนโดม (Iron Dome) และบุคลากรไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อช่วยรับมือกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากอิหร่าน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอาหรับอื่น ๆ ตกอยู่ภายใต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทิ้งระเบิดอิหร่านในปลายเดือน ก.พ. ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.
ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พัฒนาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงที่เรียกว่าข้อตกลงอับราฮัมในปี 2020 ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและรัฐอาหรับหลายรัฐเป็นปกติ
เรียบเรียงจาก Al Jazeera